แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - siritidaphon

หน้า: [1] 2 3 ... 31
1
หมอประจำบ้าน: โรคกรดไหลย้อน/เกิร์ด (Gastroesophageal reflux disease/GERD)

โรคกรดไหลย้อน (น้ำย่อยไหลกลับ เกิร์ด ก็เรียก) หมายถึงภาวะที่มีน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร ซึ่งมีฤทธิ์เป็นกรดไหลย้อนขึ้นไประคายเคืองต่อหลอดอาหารและลำคอ

พบได้ประมาณร้อยละ 10-15 ของผู้ที่มีอาการอาหารไม่ย่อย พบมากในคนอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป แต่ก็อาจพบในเด็กเล็กและคนหนุ่มสาวได้

สาเหตุ

เกิดจากภาวะหย่อนสมรรถภาพของหูรูดส่วนล่างของหลอดอาหาร (lower esophageal sphincter)* ทำให้กล้ามเนื้อหูรูดส่วนนี้ปิดไม่สนิท เปิดช่องให้น้ำย่อยในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นไปที่หลอดอาหาร น้ำย่อยซึ่งมีฤทธิ์เป็นกรดก็จะระคายเคืองต่อเยื่อบุหลอดอาหาร เกิดอาการของโรคกระเพาะหรืออาหารไม่ย่อยเรื้อรังและเกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ

บางรายอาจมีกล้ามเนื้อหูรูดของหลอดอาหารส่วนบนผิดปกติร่วมด้วย (เรียกว่า "Laryngopharyngeal Reflux/LPR") เปิดช่องให้น้ำย่อยในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นไปที่ลำคอ กล่องเสียง หลอดลม รวมทั้งอาจไปที่จมูก โพรงไซนัส และช่องหู ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อเยื่อบุของอวัยวะเหล่านี้ ทำให้เกิดอาการไม่สบายเรื้อรัง และภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ

ส่วนสาเหตุที่ทำให้หูรูดดังกล่าวหย่อนสมมรรถภาพยังไม่ทราบแน่ชัด เชื่อว่าอาจเกิดจากความเสื่อมตามอายุหรือหูรูดยังเจริญได้ไม่เต็มที่ (ในทารก) หรือมีความผิดปกติโดยกำเนิด

พบว่ามีปัจจัยหลายประการที่ทำให้อาการกำเริบ เช่น

    การกินอิ่มมากไป กระตุ้นให้มีน้ำย่อยหลั่งออกมามาก
    การนอนราบ การนั่งงอตัว โค้งตัวลงต่ำทำให้น้ำย่อยไหลย้อนง่ายขึ้น
    ภาวะอ้วน การตั้งครรภ์ การรัดเข็มขัดแน่นหรือใส่กางเกงคับเอว จะเพิ่มแรงดันในกระเพาะอาหารทำให้น้ำย่อยไหลย้อน
    การดื่มแอลกอฮอล์หรือกาเฟอีน (ชา กาแฟ ยาชูกำลังเข้าสารกาเฟอีน) นอกจากกระตุ้นให้น้ำย่อยหลั่งมากแล้ว ยังเสริมให้หูรูดหย่อนคลายอีกด้วย
    การสูบบุหรี่ การกินอาหารมัน อาหารผัดหรือทอดอมน้ำมัน อาหารเผ็ดจัด หัวหอม กระเทียม ซอสมะเขือเทศ น้ำมะเขือเทศ น้ำอัดลม น้ำผลไม้เปรี้ยว (เช่น น้ำส้มคั้น) ผลไม้เปรี้ยว ช็อกโกแลตหรือสะระแหน่ การใช้ยาบางชนิด (เช่น ยาขยายหลอดลม ยาแอนติโคลิเนอร์จิก ยาลดความดันกลุ่มปิดกั้นบีตาและกลุ่มต้านแคลเซียม ยาทางจิตประสาท ฮอร์โมนโพรเจสเตอโรน เป็นต้น) จะเสริมให้หูรูดหย่อนคลายหรือน้ำย่อยหลั่งมากขึ้น
    การมีไส้เลื่อนกะบังลม (hiatal hernia/diaphragmatic hernia ซึ่งมีกระเพาะอาหารบางส่วนไหลเลื่อนลงไปที่กะบังลม) ขนาดใหญ่ จะทำให้หูรูดอ่อนแอมากยิ่งขึ้น
    โรคหืด เชื่อว่าเป็นผลมาจากการไอและหอบ ทำให้เพิ่มแรงดันในช่องท้องจึงเกิดภาวะกรดไหลย้อน รวมทั้งการใช้ยาขยายหลอดลมก็มีส่วนทำให้หูรูดหย่อน
    เบาหวาน เมื่อเป็นนาน ๆ มีการเสื่อมของประสาทกระเพาะ ทำให้กระเพาะอาหารขับเคลื่อนช้า จึงมีกรดไหลย้อนได้
    แผลเพ็ปติก แผลหรือรอยแผลเป็นที่ปลายกระเพาะอาหาร การใช้ยากลุ่มอนุพันธ์ฝิ่น หรือยาแอนติโคลิเนอร์จิก ทำให้อาหารขับเคลื่อนสู่ลำไส้ช้าลง ทำให้มีกรดไหลย้อนได้

*ขณะกลืนอาหาร กล้ามเนื้อหูรูดส่วนล่างของหลอดอาหารจะหย่อนคลายเพื่อเปิดให้อาหารไหลผ่านลงไปในกระเพาะอาหาร เมื่ออาหารผ่านลงกระเพาะอาหารจนหมดแล้ว หูรูดนี้จะหดรัดเพื่อปิดกั้นไม่ให้น้ำย่อยที่อยู่ในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นไปที่หลอดอาหาร ทำอันตรายต่อเยื่อบุหลอดอาหารได้

อาการ

ผู้ป่วยจะมีอาการปวดแสบตรงลิ้นปี่หรือยอดอก (heartburn) หลังกินอาหาร 30-60 นาที หรือหลังกินอาหารแล้วล้มตัวลงนอนราบ นั่งงอตัวโค้งตัวลงต่ำ มีการรัดเข็มขัดแน่น หรือใส่กางเกงคับเอว มักมีอาการเป็น ๆ หาย ๆ เรื้อรัง แต่ละครั้งมักปวดนานประมาณ 2 ชั่วโมง

บางรายอาจมีอาการปวดแสบร้าวจากยอดอกขึ้นไปถึงคอหอย คล้ายโรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย หรือมีอาการจุกแน่นยอดอกคล้ายอาหารไม่ย่อย คลื่นไส้ หรือเรอบ่อย

บางรายอาจมีอาการขย้อนหรือเรอเอาน้ำย่อยรสเปรี้ยวขึ้นไปที่คอหอย หรือรู้สึกมีรสขมของน้ำดี  หรือรสเปรี้ยวของกรดในปากหรือคอ หรือหายใจมีกลิ่น

ในรายที่มีภาวะกรดไหลย้อนรุนแรง กล่าวคือ ไหลขึ้นไปถึงปากและคอหอย อาจมีอาการกระแอมไอบ่อยหรือรู้สึกมีเสมหะอยู่ในคอหรือระคายคอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังกินอาหารหรืออยู่ในท่านอนราบ

บางรายตอนตื่นนอนอาจรู้สึกขมคอ เปรี้ยวปากอาจมีเสียงแหบ (เนื่องจากน้ำย่อยระคายจนกล่องเสียงอักเสบ) เจ็บคอ แสบลิ้น หรือไอเรื้อรัง (น้ำย่อยระคายคอหอยและหลอดลม) ผู้ป่วยอาจมาพบแพทย์เนื่องอาการเหล่านี้แบบเรื้อรัง

บางรายอาจมาพบแพทย์ด้วยภาวะแทรกซ้อน เช่น มีอาการกลืนอาหารแข็งลำบาก เนื่องจากปล่อยให้เกิดภาวะหลอดอาหารอักเสบเรื้อรังจนตีบตัน

ส่วนในรายที่มีภาวะกรดไหลย้อนเพียงเล็กน้อยก็อาจไม่มีอาการผิดปกติให้สังเกตเห็นก็ได้

สำหรับเด็กที่เป็นโรคนี้ อาจมีอาการอาเจียนบ่อย ไอตอนกลางคืนบ่อย เบื่ออาหาร น้ำหนักไม่ขึ้น

ภาวะแทรกซ้อน

หากปล่อยให้เป็นเรื้อรังนาน ๆ บางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ ที่พบบ่อยก็คือ หลอดอาหารอักเสบ (esophagitis) ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บหน้าอกเวลากลืนอาหาร

หากไม่ได้รับการรักษา ต่อมาอาจกลายเป็นแผลหลอดอาหาร (esophageal ulcer) ผู้ป่วยอาจมีอาการเลือดออก เช่น อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายดำ

ในที่สุดอาจเกิดภาวะหลอดอาหารตีบ (esophageal stricture) ผู้ป่วยจะมีอาการกลืนอาหารลำบาก อาเจียนบ่อย จำเป็นต้องรักษาด้วยการใช้เครื่องมือถ่างหลอดอาหารเป็นครั้งคราว ถ้าเป็นมากอาจต้องรักษาด้วยการผ่าตัด

ผู้ป่วยบางรายอาจมีการเปลี่ยนแปลงของเซลล์เยื่อบุหลอดอาหารจนกลายเป็น หลอดอาหารบาร์เรตต์ (Barrett’s esophagus) ซึ่งสามารถวินิจฉัยด้วยการส่องกล้องลงไปที่หลอดอาหารและนำชิ้นเนื้อไปพิสูจน์  ผู้ป่วยที่มีภาวะนี้มีโอกาสกลายเป็นมะเร็งหลอดอาหาร ประมาณร้อยละ 2-5 ซึ่งจะมีอาการเจ็บเวลากลืนอาหาร กลืนลำบาก อาเจียนบ่อย น้ำหนักลด

ในรายที่มีกรดไหลย้อนถึงช่องปาก คอหอย จมูก หู และหลอดลม ก็อาจทำให้ฟันสึกกร่อน (จากการกัดของน้ำย่อยเป็นเวลานาน อาจทำให้มีอาการเสียวฟัน ฟันผุ) เป็นหวัด (คัดจมูก จาม) เรื้อรัง ไซนัสอักเสบเรื้อรัง คออักเสบ (เจ็บคอเรื้อรัง) หลอดลมอักเสบ (ไอเรื้อรัง) กล่องเสียงอักเสบ (เสียงแหบเรื้อรัง ตรวจพบสายเสียงบวมแดง) หูอักเสบ (มีเสียงดังในหู หูอื้อ หรือปวดหู เรื้อรัง) ปอดอักเสบบ่อย โรคหืดกำเริบบ่อย เนื่องจากน้ำย่อยไหลเข้าไประคายเคืองต่อหลอดลม และบางรายอาจกลายเป็นมะเร็งกล่องเสียง

ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง ได้แก่ ปอดอักเสบจากการสำลักน้ำย่อยเข้าไปในปอด (aspiration pneumonia) ซึ่งพบบ่อยในทารกอายุ 1-4 เดือน*

*ทารกอาจเป็นโรคกรดไหลย้อนตั้งแต่แรกเกิด เนื่องจากหูรูดส่วนล่างของหลอดอาหารยังเจริญไม่เต็มที่ มักมีอาการร้องกวน งอแง อาเจียนบ่อย ไอบ่อยตอนกลางคืน เสียงแหบ หรือหายใจมีเสียงวี้ด เบื่ออาหาร น้ำหนักตัวไม่ขึ้น บางรายอาจสำลักน้ำย่อยเข้าปอดทำให้ปอดอักเสบ ซึ่งอาจกำเริบได้บ่อย อาการมักจะหายเมื่ออายุ 6-12 เดือน แต่บางรายอาจรอจนถึงเข้าสู่วัยรุ่น จึงจะดีขึ้น ในเด็กโตมักมีอาการคล้ายที่พบในผู้ใหญ่

การวินิจฉัย

แพทย์จะวินิจฉัยขั้นต้นจากอาการ

ส่วนการตรวจร่างกายทั่วไปมักจะตรวจไม่พบสิ่งผิดปกติใด ๆ

แพทย์จะวินิจฉัยให้แน่ชัด โดยการส่องกล้องตรวจทางเดินอาหารส่วนบน (esophago-gastro-duodenoscopy) เพื่อแยกออกจากสาเหตุอื่น (เช่น แผลเพ็ปติก มะเร็งกระเพาะอาหาร) บางรายแพทย์อาจทำการตรวจวัดค่าความเป็นกรด ด่าง (pH) ในหลอดอาหารและคอหอยส่วนล่าง (ambulatory 24-hour double–probe pH monitoring)

สำหรับโรคกรดไหลย้อน การส่องกล้องอาจตรวจพบร่องรอยการอักเสบของหลอดอาหาร แผลที่หลอดอาหาร หรือหลอดอาหารบาร์เรตต์ ถ้าเป็นในระยะแรกเริ่มก็อาจตรวจไม่พบรอยโรคที่หลอดอาหารก็ได้

ส่วนผู้ที่ไปพบแพทย์ ด้วยอาการเสียงแหบ เจ็บคอ ไอ เป็นหวัด ไซนัสอักเสบ หรือปวดหู หูอื้อ แพทย์อาจวินิจฉัยโรคนี้จากการใช้เครื่องมือส่องตรวจอวัยวะเหล่านี้

การรักษาโดยแพทย์

แพทย์จะให้การดูแลรักษา ดังนี้

1. ถ้าเริ่มมีอาการในระยะแรก แพทย์จะให้ยาลดการสร้างกรดกลุ่มยับยั้งโปรตอนปั๊มป์ (เช่น โอเมพราโซล, แพนโทพราโซล, แลนโซพราโซล, ราบีพราโซล เป็นต้น) นาน 2 สัปดาห์ ถ้าดีขึ้นให้กินต่อจนครบ 3 เดือน

2. ถ้ากินยาดังกล่าวนาน 2 สัปดาห์แล้วไม่ดีขึ้น มีอาการเป็น ๆ หาย ๆ เรื้อรัง มีอาการเสียงแหบ เจ็บคอหรือไอเรื้อรัง หรือมีอาการผิด ปกติอื่น ๆ ร่วมด้วย (เช่น เจ็บหน้าอกเวลากลืนอาหาร กลืนลำบาก หายใจลำบาก อาเจียน ซีด ตาเหลือง น้ำหนักลด คลำได้ก้อนในท้อง ถ่ายอุจจาระดำ เจ็บหน้าอกรุนแรง เป็นต้น) หรือพบในทารกที่มีอาการอาเจียนบ่อย ไอบ่อย หรือน้ำหนักตัวไม่ขึ้น ก็จะทำการตรวจเพิ่มเติม (เช่น การส่องกล้อง) เพื่อหาสาเหตุให้แน่ชัด

ถ้าพบว่าเป็นโรคกรดไหลย้อนที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อนรุนแรง แพทย์จะแนะนำการปฏิบัติตัวสำหรับผู้ป่วย และให้ยาลดการสร้างกรดกลุ่มยับยั้งโปรตอนปั๊มป์ นาน 3-6 เดือน

โรคนี้มักจะมีอาการกำเริบเป็นครั้งคราว โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ายังมีพฤติกรรมทำให้โรคกำเริบ ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้ ถ้าอาการกำเริบ ก็ควรให้ยากินเป็นครั้งคราวไปเรื่อย ๆ

ในรายที่กินยาไม่ได้ผล หรือมีภาวะแทรกซ้อน เช่น หลอดอาหารอักเสบรุนแรง หลอดอาหารตีบ กล่องเสียงอักเสบเรื้อรัง โรคหืดกำเริบบ่อย หรือมีไส้เลื่อนกะบังลมขนาดใหญ่ ก็อาจต้องรักษาด้วยการผ่าตัดซ่อมแซม (ผูก) หูรูดส่วนล่างของหลอดอาหารด้วยวิธีส่องกล้องเข้าช่องท้อง (laparoscopic fundoplication)

บางรายแพทย์อาจให้การรักษาด้วยวิธี "Radiofrequency therapy" โดยการใช้ความร้อนจากคลื่นวิทยุทำลายเนื้อเยื่อตรงส่วนปลายของหลอดอาหาร ทำให้เกิดแผลเป็นดึงรั้งให้หูรูดหดแน่น ช่วยให้อาการทุเลาได้

การดูแลตนเอง

หากสงสัย เช่น มีอาการปวดแสบตรงลิ้นปี่หรือยอดอกก่อนหรือหลังกินอาหาร มีอาการปวดแสบหรือจุกแน่นยอดอกขึ้นไปถึงคอหอย หรือมีอาการเรอเอาน้ำย่อยรสเปรี้ยวขึ้นไปที่คอหอย เป็นต้น ควรปรึกษาแพทย์

เมื่อตรวจพบว่าเป็นโรคกรดไหลย้อน ควรดูแลตนเอง ดังนี้

1. ดูแลรักษาและกินยาตามที่แพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด

2. ติดตามการรักษากับแพทย์ตามนัด

3. ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ ดังนี้

    ลดน้ำหนักตัว (ถ้าน้ำหนักเกิน)
    สังเกตว่าบริโภคสิ่งใดบ้างที่ทำให้อาการกำเริบ แล้วพยายามหลีกเลี่ยง เช่น อาหารมัน (รวมทั้งข้าวผัดของผัดที่อมน้ำมัน) อาหารเผ็ดจัด แอลกอฮอล์ บุหรี่ ชา กาแฟ เครื่องดื่มผสมกาเฟอีน น้ำอัดลม น้ำผลไม้เปรี้ยว ผลไม้เปรี้ยว ซอสมะเขือเทศ ช็อกโกแลต หัวหอม กระเทียม สะระแหน่ ยาบางชนิด (เช่น ยาขยายหลอดลม ยาแอนติโคลิเนอร์จิก ยาต้านแคลเซียม ยาทางจิตประสาท)
    หลีกเลี่ยงการกินอาหารปริมาณมากและการดื่มน้ำมาก ๆ ระหว่างกินอาหาร ควรกินอาหารมื้อเย็นปริมาณน้อย และทิ้งช่วงห่างจากเวลาเข้านอนอย่างน้อย 3 ชั่วโมง
    หลังกินอาหารควรปลดเข็มขัดและตะขอกางเกงให้หลวม ไม่ควรนอนราบ หรือนั่งงอโค้งตัวลงต่ำ ควรนั่งตัวตรง ยืน หรือให้รู้สึกสบายท้อง หลีกเลี่ยงการยกของหนักและการออกกำลังกาย
    หมั่นออกกำลังกายและผ่อนคลายความเครียด เนื่องเพราะความเครียด มีส่วนทำให้หลั่งกรดมากขึ้น อาจทำให้อาการกำเริบได้
    ถ้ามีอาการกำเริบตอนเข้านอน ควรหนุนศีรษะสูง 6-10 นิ้ว โดยการหนุนขาเตียงด้านศีรษะให้สูงหรือใช้อุปกรณ์พิเศษสอดใต้ที่นอนให้เอียงลาดจากศีรษะลงมาถึงระดับเอว หรือใช้เตียงนอนที่มีกลไกปรับหัวเตียงให้สูงได้ ไม่แนะนำให้ใช้วิธีหนุนหมอนให้สูง (อาจทำให้ท้องโค้งงอความดันในช่องท้องเพิ่มมากขึ้น)

4. ควรกลับไปพบแพทย์ก่อนนัด ถ้ามีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด เจ็บหน้าอกเวลากลืนอาหาร กลืนลำบาก หายใจลำบาก เจ็บหน้าอกรุนแรง ปวดท้องมาก อาเจียน อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายอุจจาระดำ ซีด ตาเหลือง คลำได้ก้อนในท้อง กินยารักษา 2 สัปดาห์แล้วไม่ดีขึ้น หรือ มีอาการผิดสังเกตที่สงสัยว่าเกิดจากผลข้างเคียงจากยาที่ใช้ (เช่น ลมพิษ ผื่นคัน ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ ปากแห้ง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเดินหรือท้องผูก เป็นต้น)

การป้องกัน

1. รักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ลดน้ำหนักถ้าน้ำหนักเกินหรืออ้วน

2. หมั่นออกกำลังกายและผ่อนคลายความเครียด

3. หลีกเลี่ยงการกินอาหารปริมาณมาก หรือ อิ่มจัด ควรกินอาหารมื้อเย็นปริมาณน้อย และทิ้งช่วงห่างจากเวลาเข้านอนอย่างน้อย 3 ชั่วโมง

4. หลังกินอาหาร ห้ามนอนราบ นั่งงอตัว หรือโค้งตัวลงต่ำ

5. หลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารมัน ของทอด ของเปรี้ยวจัด ของเผ็ดจัด สุรา ยาสูบ ชา กาแฟ ช็อกโกแลต น้ำอัดลม หัวหอม กระเทū

2
จัดฟันบางนา: ควรทำอย่างไร เมื่อรากฟันเทียมหลุด ?

การฝังรากฟันเทียม เป็นการรักษาปัญหาฟันที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน ทดแทนการใส่ฟันปลอมที่นิยมในสมัยก่อน ซึ่งการฝังรากฟันเทียมเป็นทดแทนฟันที่มีประสิทธิภาพมากและมีการใช้งานที่เหมือนฟันธรรมชาติมากที่สุด อย่างไรก็ตาม เมื่อทำการฝังรากฟันเทียมแล้ว อาจจะมีปัญหาเกิดขึ้นหลังจากที่ฝังรากฟันเทียมแล้ว ขณะที่กลับไปพักฟื้นอาจจะทำให้เกิดปัญหาอื่นๆตามมา แต่หากผู้เข้ารับการรักษาทำตามคำแนะนำของทันตแพทย์ ก็อาจจะทำให้มีอาการที่ดีขึ้น

แต่หากไม่ทำตามคำแนะนำของทันตแพทย์ ก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาหรือภาวะแทรกซ้อนได้ เพราะฉะนั้นการทำตามคำแนะนำของทันตแพทย์จะเป็นการป้องกันปัญหาที่จะตามมาภายหลังได้

อย่างเช่นการรับประทานอาหารที่ควรหลีกเลี่ยง หลังจากทำการฝังรากฟันเทียม หรือผู้ป่วยที่สูบบุหรี่ และสูบบุหรี่ขณะการพักฟื้น ก็อาจจะทำให้แผลหายช้ากว่าเดิม และเกิดการอักเสบติดเชื้อได้ เพราะการสูบบุหรี่ส่งผลโดยตรงต่อช่องปาก อาจจะทำให้รากฟันเทียมที่ทำการติดตั้งภายในช่องปากเกิดหลุดออกมาได้


การหลุดของรากฟันเทียมเกิดขึ้นได้จากที่ผู้เข้ารับการรักษารับประทานอาการที่แข็งและเหนียว ในขณะที่รากฟันยังไม่เข้าที่และยังไม่ประสานตัวกันอย่างสนิท หรืออาจจะมีการอักเสบติดเชื้อ ทำให้รากฟันหลุดได้ และปัญหาดังกล่าวนี้ ทำให้ทันตแพทย์ทำการแก้ไขได้ยาก จึงมีความจำเป็นที่จะต้องการการฝังรากฟันเทียมใหม่ ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาการแก้ไขที่ยุ่งยาก ซับซ้อน ดังนั้นการป้องกันและระมัดระวังในเรื่องของการรับประทานอาหารที่จะทำให้เกิดปัญหาที่จะทำให้รากฟันเทียมหลุดจึงมีความจำเป็นอย่างมาก


อย่างไรก็ตาม ผู้เข้ารับการรักษาควรทำตามคำแนะนำของทันตแพทย์ ระมัดระวังเรื่องของการรับประทานอาหาร ควรงดรับประทานอาหารที่แข็งและเหนียว ขณะที่รากฟันเทียมยังประสานตัวกันยังไม่สนิท รวมไปถึงผู้เข้ารับการรักษาที่มีประวัติการสูบบุหรี่ ก็ควรงดสูบตามคำแนะนำของทันตแพทย์


เพื่อป้องกันการติดเชื้อ และอักเสบของแผลและเหงือก และการดื่มแอลกอฮอล์ ก็ควรหลักเลี่ยงหลังจากที่ทำการผ่าตัดฝังรากฟันเทียม เพราะแอลกอฮอล์จะส่งผลแผลหายช้า และอาจจะทำให้เกิดการอักเสบของเหงือกและแผลตามมาได้ และอาจจะส่งให้รากฟันเทียมหลุดได้ หากอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้ามาปรึกษาทันตแพทย์ที่คลีนิคได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

3
ฤดูไหนที่เหมาะสมในการขนย้ายมากที่สุด? กับ รถรับจ้างนนทบุรี

เมื่อเราต้องการ ขนย้ายบ้านนนทบุรี หรือย้ายของ ไม่จะเป็นการใช้ บริการรถรับจ้างนนทบุรี หรือการขนย้ายด้วยตัวเอง จำเป็นต้องวางแผนอย่างละเอียด และหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่หลายคนไม่ควรมองข้ามคือ "ฤดูกาล" ที่เหมาะสมสำหรับการขนย้ายของค่ะ ทางเราขออธิบายอย่างนี้ การเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมจะช่วยลดปัญหาต่างๆ ได้ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นด้านความปลอดภัย อีกทั้งยังเพิ่มความสะดวกในการดำเนินการขนย้ายได้อีกด้วยค่ะ ดังนั้นเราจะพาคุณสำรวจว่าฤดูไหนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการขนย้ายกันเถอะค่ะ

   
ฤดูร้อน : ความสะดวกที่มาพร้อมกับความร้อน

ฤดูร้อนเป็นฤดูที่ได้รับความนิยมสำหรับการขนย้ายมากที่สุดค่ะ ด้วยการ บริการรถรับจ้างขนของ ของเรา เนื่องจากอากาศแห้งและมีฝนตกน้อย การขนย้ายในฤดูนี้ช่วยลดความเสี่ยงในการทำให้สิ่งของเปียกชื้นหรือเสียหายจากน้ำฝนได้ อย่างไรก็ตาม ความร้อนก็อาจมีผลต่อของที่เราขนย้ายด้วยเช่นกันค่ะ อย่างเช่น สินค้าการเกษตร ค่ะ และอีกเหตุผลคือทำให้เกิดความไม่สบายตัวของผู้ขนย้ายระหว่างการขนย้ายค่ะ โดยเฉพาะหากต้องทำงานกลางแจ้ง แต่ถ้าคุณมีทีมงานมืออาชีพช่วยดูแลอย่าง รถรับจ้างนนทบุรี ด้วยการบริการรถรับจ้างขนของของเรา กระบวนขนย้ายการจะง่ายขึ้นมากค่ะ

ข้อดี : อากาศแห้ง ไม่มีฝนตกกวนใจ

ข้อเสีย : อากาศร้อน อาจทำให้เกิดของเสียหายจากความร้อน หรือผู้ขนย้ายทำให้เหนื่อยง่าย และมีค่าบริการขนย้ายอาจสูงขึ้น เนื่องจากเป็นช่วงที่มีความต้องการสูงค่ะ

   
ฤดูฝน : ความเสี่ยงที่ต้องคำนึง

ฤดูฝนเป็นช่วงเวลาที่หลายคนหลีกเลี่ยง เนื่องจากฝนตกอาจทำให้เกิดความล่าช้า และเสี่ยงต่อการที่ของจะเปียกหรือเสียหายจากความชื้นได้ค่ะ อย่างไรก็ตาม เรามั่นใจว่าจะสามารถ บริการขนของ ให้กับท่านได้เป็นอย่างดี หากมีการวางแผนและจัดเตรียมวัสดุที่ป้องกันน้ำได้ เช่น ผ้าใบกันน้ำ หรือกล่องกันชื้น การขนย้ายในฤดูฝนก็สามารถทำได้เช่นกันค่ะ

ข้อดี : ค่าบริการขนย้ายอาจถูกลง เพราะไม่ใช่ช่วงเวลายอดนิยม และ รถขนย้าย อาจว่างและพร้อมให้บริการโดยที่คุณไม่ต้องรอคิวนานค่ะ

ข้อเสีย : ฝนตกอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายหรือเกิดความล่าช้า และส่งผลให้ของที่ขนย้ายเปียกได้ค่ะ ต้องเตรียมการป้องกันอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ใช้ของที่ขนย้ายเสียหายค่ะ

   
ฤดูหนาว : ความเย็นที่ช่วยเพิ่มความสบาย

ฤดูหนาวเป็นช่วงเวลาที่อากาศเย็นสบาย เหมาะสำหรับการขนย้ายที่ต้องใช้แรงงานกลางแจ้ง คนยกของ ขนย้ายบ้าน ย้ายไซต์งาน เพราะอากาศไม่ร้อนเกินไป ทำให้ทีมงานและเจ้าของบ้านรู้สึกผ่อนคลาย อย่างไรก็ตาม ฤดูหนาวอาจมีลมแรงในบางพื้นที่ ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคเล็กน้อย แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคมากนักสำหรับการขนย้ายค่ะ ด้วยการ บริการรถรับจ้างขนของ ของเรา

ข้อดี : อากาศเย็นสบาย ทำงานได้ต่อเนื่อง ไม่มีฝนตก ทำให้ลดความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในการขนย้ายได้ค่ะ

ข้อเสีย : ช่วงฤดูหนาวในบางพื้นที่อาจมีลมแรงหรือน้ำค้างตอนเช้า หากขนย้ายในพื้นที่ห่างไกล อาจมีข้อจำกัดเรื่องสภาพถนนค่ะ


เลือกฤดูที่เหมาะสมตามสถานการณ์ของคุณ

ฤดูที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการขนย้ายขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น ความสะดวกของคุณ ความพร้อมของบริษัทขนย้าย และสภาพอากาศในพื้นที่ของคุณ หากคุณต้องการความสะดวกสบายและปลอดภัย ฤดูร้อนและฤดูหนาวอาจเป็นตัวเลือกที่ดี แต่หากต้องการลดค่าใช้จ่าย ฤดูฝนอาจเป็นช่วงเวลาที่น่าสนใจ แต่ต้องวางแผนป้องกันปัญหาอย่างรอบคอบค่ะ การขนย้ายที่ราบรื่นไม่ได้ขึ้นอยู่กับฤดูเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับการวางแผนและการเตรียมตัวอย่างดีด้วย ดังนั้น เลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณ และอย่าลืมหาข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้ให้ บริการขนย้าย เพื่อให้การขนย้ายของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นที่สุด เรามีความหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์แก่คุณที่ได้อ่านอย่างแน่นอนหรือสอบถามเราได้นะคะรถรับจ้างขนของ ใกล้ฉัน


ให้การขนย้ายสะดวก สบาย ทุกฤดูกาล เลือก รถรับจ้างนนทบุรี ของเรานะคะ

หากคุณกำลังมองหา บริการรถรับจ้าง ที่สะดวกสบายและตอบโจทย์ทุกความต้องการในทุกฤดูกาล "รถรับจ้างนนทบุรี" คือคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับคุณค่ะ เราให้บริการด้วยความใส่ใจในทุกขั้นตอน เรามั่นใจว่าจะสามารถบริการขนของให้กับท่านได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการขนย้ายของใช้ในบ้าน เฟอร์นิเจอร์ หรือขนส่งสินค้าต่าง ๆ ทีมงานของเรามีความเป็นมืออาชีพ พร้อมให้คำปรึกษาและแนะนำการขนย้ายอย่างเหมาะสมค่ะ

เราเน้นการบริการที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นช่วงฤดูร้อน ฤดูฝน หรือฤดูหนาว เราก็พร้อมให้บริการทุกช่วงเวลา ด้วยรถขนส่งที่หลากหลายและทันสมัย รถกระบะรับจ้าง รถหกล้อรับจ้าง รถสิบล้อรับจ้าง รถเทรลเลอร์ รถเฮี๊ยบรับจ้าง สามารถตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี ด้วยการบริการรถรับจ้างขนของของเรา อีกทั้งยังมีอุปกรณ์สำหรับการขนย้ายที่ครบครัน ช่วยป้องกันความเสียหายของสิ่งของในระหว่างการขนย้ายค่ะ ดังนั้น หากคุณต้องการประสบการณ์การขนย้ายที่ดี อย่าลืมเลือก "รถรับจ้างนนทบุรี" ของเรา แล้วคุณจะได้รับการบริการที่ดีที่สุดและประทับใจที่สุดอย่างแน่นอนค่ะ

4
รถกระบะรับจ้าง รถรับจ้างขนของจังหวัดชัยภูมิ อยากย้ายบ้านเรามีบริการ

รถรับจ้างขนของจังหวัดชัยภูมิ เรามีบริการรับจ้างขนของ ที่หลากหลายและบริการมาอย่างยาวนาน เช่น รถรับจ้างขนย้ายบ้านจังหวัดชัยภูมิ รถกระบะรับจ้างจังหวัดชัยภูมิ รถ6ล้อรับจ้างจังหวัดชัยภูมิ รถเฮี๊ยบรับจ้างจังหวัดชัยภูมิ รถสิบล้อรับจ้างจังหวัดชัยภูมิ รถเทรลเลอร์รับจ้างชัยภูมิ และรถประเภทอื่นๆ ไม่ต้องรอนานและหาไม่ยากอีกต่อไปอย่างแน่นอน รถขนของจากเมื่อก่อนจนถึงปัจจุบัน การขนย้ายของในทุกวันนี้ การขยายตัวธุรกิจรถรับจ้างและเศรษฐกิจในจังหวัดก็เริ่มขยายตัวไปอย่างมาก ทำให้เรามีรถรับจ้างขนย้ายที่ให้บริการ จำนวนมากทุกอย่างอยู่ในความดูแลของขนส่ง บริการรถรับจ้างจังหวัดชัยภูมิ มีรถอีกมากมายอย่างครบถ้วน

เพราะเราเข้าใจในงานธุรกิจคุณที่ท่านจะต้องมาใช้บริการรถรับจ้างขนย้ายประเภทต่างๆ เราจึงมีการจัดรถขนของชนิดต่างๆ เพื่อนำมาให้บริการ จนกระทั่งตอนนี้เรามีบริการทุกชนิดและรถที่เราให้บริการมีทุกประเภทเพื่อการใช้บริการที่ไม่ต้องลังเล ส่วนการใช้บริการรถรับจ้างของเรานั้นบริการรถรับจ้างขนย้ายของจังหวัดชัยภูมิ มีงานขนย้ายขนของให้บริการทุกวัน คุณต้องใช้บริการเวลาไหนก็โทรเข้ามาสั่งจองล่วงหน้าย่อมเป็นการดีที่สุดค่ะ บริการทุกวันบริการแบบไม่มีวันหยุด เมื่อท่านต้องการใช้บริการเราท่านก็สามารถเรียกใช้บริการเราได้ทันทีเมื่อท่านต้องการ แต่ถ้าท่านต้องการแบบด่วนท่านต้องโทรมาล่วงหน้าเพื่อจองประมาณ 4 ชั่วโมง ท่านถึงจะได้รถในวันนี้ ถ้าท่านต้องการซึ่งบริการเราบริการมีความเป็นกันเองให้บริการที่รวดเร็วและเรายังมีพัฒนาการบริการอยู่ตลอดเวลา เน้นคุณภาพในการขนย้ายเป็นหลัก เพื่อให้บริการเป็นไปตามมาตรฐานที่ดี บริการรถรับจ้างขนของเรามีข้อบกพร่องในเรื่องใดทางเรายินดีที่จะปรับปรุงและพัฒนาในการบริการในครั้งต่อไปเพื่อจะได้ไม่มีข้อบกพร่องในการ ให้บริการท่านในครั้งต่อไป


รถรับจ้างจังหวัดชัยภูมิ หายากมั้ย บอกเลยว่าเรามีทุกจุดบริการรถในทุกจุดคือ

รถรับจ้างอำเภอเมืองชัยภูมิ

รถรับสร้างอำเภอเกษตรสมบูรณ์

รถรับจ้างอำเภอซับใหญ่

รถรับจ้างอำเภอคอนสวรรค์

รถรับจ้างอำเภอบ้านเขว้า

รถรับจ้างอำเภอจัตุรัส

รถรับจ้างอำเภอภักดีชุมพล

รถรับจ้างอำเภอเทพสถิต

รถรับจ้างอำเภอเนินสว่าง

รถรับจ้างอำเภอแก่งคร้อ

รถรับจ้างอำเภอบ้านแท่น

รถรับจ้างอำเภอบำเหน็จณรงค์

รถรับจ้างอำเภอหนองบัวแดง

รถรับจ้างอำเภอภูเขียว

รถรับจ้างอำเภอคอนสาร

รถรับจ้างอำเภอหนองบัวระเหว

สถานที่ ท่องเที่ยวในจังหวัดชัยภูมิมีสถานที่เที่ยวที่มากมายที่ทำให้นักท่องเที่ยวติดใจและสนใจเป็นอย่างมาก หากท่านใดต้องการมาเที่ยวชมและสัมผัสความเป็นธรรมชาติเรามีสถานที่ท่องเที่ยวมาแนะนำดังต่อไปนี้

1.    มอหินขาว

เป็นหนึ่งในที่ท่องเที่ยวแลนด์มาร์คของชัยภูมิ อยู่ในอุทยานแห่งชาติภูแลนคามีลักษณะเป็นเสาหินและแท่งหินขนาดใหญ่ ในช่วงฝนตกถ้าสังเกตดีๆ จะมีลานดินล้อมรอบด้วยทุ่งหญ้าและดอกไม้ป่าสวยงามท่ามกลางอากาศที่บริสุทธิ์ พื้นป่าเขียวขจีและชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย พร้อมทั้งลานกางเต็นท์เพื่อนอนชมดาวโรแมนติกสุดๆ ค่ะที่นี้เราก็มีรถขนของรับจ้างบริการให้กับท่านด้วยนะคะ โทรมาได้ในทันที


2.    อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม

เป็นพระเอกที่หนีไม่พ้นทุ่งดอกกระเจียวและเป็นประจำทุกปี ที่อุทยานแห่งนี้จะจัดงานเทศกาลดอกกระเจียวบาน ถึงแม้ว่าอาจจะต้องเสี่ยงเจอกับฝนในช่วงฤดูฝนแต่ก็ถือว่าคุ้มค่า เพราะเราได้เห็นดอกกระเจียวบานสีชมพูกระจายอยู่เต็มพื้นที่ตลอดเส้นทางที่ทอดยาวคดเคี้ยวไปตามจุดต่างๆ และก็สามารถชมทิวทัศน์และถ่ายรูปเพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึกได้ค่ะที่นี้เราก็มีรถรับจ้างขนของ รับจ้างบริการด้วยรถรับจ้างทุกประเภท ทั้ง รถกระบะรับจ้าง รถหกล้อรับจ้าง รถสิบล้อรับจ้าง รถเทรลเลอร์รับจ้าง รถรับจ้างย้ายบ้านชัยภูมิ โทรมาได้ในทันที


3.    น้ำตกตาดโตน

ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติน้ำตกตาดโตน เป็นน้ำตกที่มีน้ำตลอดทั้งปีและสวยงามเป็นพิเศษในช่วงมิถุนายน - ตุลาคม และลงมาเป็นม่านน้ำตกขนาดใหญ่ดูสวยงามตื่นตาตื่นใจ นักท่องเที่ยวก็สามารถลงเล่นน้ำได้ในบริเวณแอ่งน้ำด้านบนและด้านล่างของหน้าผา ช่วงที่มีน้ำปริมาณมากกระแสน้ำแรงก็ระมัดระวังเป็นพิเศษนะคะ

เราให้บริการในการขนย้ายบ้าน ขนส่งสินค้าเป็นหลักไม่ว่าจะเป็นสินค้าอุตสาหกรรม ขนย้ายเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือสินค้าทางการเกษตร จำพวกผัก ผลไม้ ในทุกช่วงฤดูกาลเราก็มีรถวิ่งขนย้ายให้กับท่านในทุกวัน โดยเราให้บริการทั้งภายในจังหวัดและต่างจังหวัดกันเลยค่ะ ส่วนราคาในค่าบริการรถรับจ้างขนของชัยภูมินั้น ซึ่งเราจะคิดจากระยะทางในการขนส่งในอัตราที่ถูกและย่อมเยา รับรองได้เลยว่าค่าบริการของเราจะถูกกว่าที่อื่นหลายแห่งอย่างแน่นอน เรากล้ารับประกันได้เลยค่ะเพราะบริการเราเป็นหนึ่งและครองใจคนทั้งจังหวัดชัยภูมิไปแล้วค่ะ
 

หากท่านต้องการใช้บริการรถรับจ้างขนของจังหวัดชัยภูมิ ขาดตกบกพร่องอย่างวไรต้องขออภัยด้วยนะคะเราจะนำปรับปรุงให้ดีกว่าเดิมอย่างแน่นอนเราสัญญา เรามีรถให้บริการไม่ว่าจะเป็น รถกระบะรับจ้าง รถหกล้อรับจ้าง รถเครนรับจ้าง รถเทรลเลอร์รับจ้าง รถเฮี๊ยบรับจ้าง รถขนส่งสินค้า รถ 4 ล้อใหญ่รับจ้าง รถรับจ้างขนย้ายทั่วไปและอื่นๆ อีกมากมายให้ท่านได้เลือกใช้บริการ ไม่ว่าท่านต้องการงานขนย้ายที่จะใช้รถรับจ้างอะไรก็ตามไม่ว่าอยู่เขตพื้นที่ไหน ไปเที่ยวไหน เดินทางยังไง ติดต่อเข้ามาที่เราทำก็จะได้รับการบริการอย่างเป็นกันเองและเร็วทันใจอย่างแน่นอน โดยเราจะมีการขนย้ายของให้ท่านทุกรูปแบบ และมีรถรับจ้างทุกขนาดให้ท่านได้

เลือกใช้บริการ มาใช้บริการเราวันนี้แล้วท่านก็จะติดใจและประทับใจอย่างแน่นอน และต้องขอบคุณทุกความไว้วางใจของคนในจังหวัดชัยภูมิและจังหวัดต่างๆ ที่มาใช้บริการรถรับจ้างและสนับสนุนงานบริการเรามากกว่า 10 ปี รวมไปจนถึงลูกค้าจังหวัดอื่นๆ  และทั่วประเทศเราต้องขอบคุณท่านเป็นอย่างมากที่ไว้ใจและเชื่อมั่นในการบริการของเรา ขอบคุณค่ะ

5
“สร้างเงินแสนจากครัวที่บ้าน” สไตล์ครูแมกซ์

จุดเริ่มต้นเพียงแค่ไม่มีใจรักการเป็นลูกน้อง และไม่ชอบการทำงานในองค์กร บวกกับมีความตั้งใจที่ว่า อยากฝึกทักษะการทำอาหารไว้ทำให้คุณพ่อคุณแม่ทานตอนท่านแก่
พร้อมกับคำพูดของคุณแม่ที่ชอบบอกว่า “การขายของมันได้จับเงินทุกวัน” นั่นคือจุดตัดสินใจ

ครูแมกซ์
จุดเริ่มต้นง่ายๆก็เริ่มจากการเรียนรู้จากคุณแม่ของครูแมกซ์เอง ท่านเป็นคนทำอาหารไทยอร่อย และเคยเปิดร้านอาหารมาก่อนตอนครูแมกซ์เด็กๆ
โดยใช้การถาม สังเกตอย่างละเอียด และฝึกชิมรสชาติของอาหารที่แท้จริง (เพราะคุณแม่ไม่เคยชั่งตวงวัดแม่บอกชิมให้เป็นไม่ต้องมาถามสูตร555)
ร่วมกับการเรียนรู้ผ่านสื่อออนไลน์ เช่น ยูทูป ดูทุกวันตลอดระยะเวลา 8-10ปี พร้อมกับการซื้อวัตถุดิบมาลงมือทำจริง ชิมจริง ทำให้คคุณแม่ทานจริง

ครูแมกซ์
จนถึงจุดที่มั่นใจแล้วว่า…จะทำอาหารเพื่อสร้างรายได้เริ่มง่ายๆจากครัวที่บ้าน
จากประสบการณ์ตลอดระยะเวลา15ปี ที่ครูแมกซ์มีรายได้จากอาหาร ไม่ว่าจะเป็นการยืนขายสลัดริมถนนหน้าตึกชาญอิสะ2 เปิดรับออเดอร์ลุกค้าในหมู่บ้าน การพรีออเดอร์ผ่านทางโซเชียลมีเดีย หรือแม้กระทั่งการออกบูทตามห้างดังต่างๆ

ทั้งหมดนี้ผ่านการทำจริง ได้ผลลัพธ์จริงมาทั้งหมดแล้วด้วยตัวครูแมกซ์เองคนเดียว (แบบไม่เลือกการมีลูกน้อง)

จึงมั่นใจมากว่าจากประสบการณ์ทั้งหมดที่ครูแมกซ์สั่งสมมาตลอดจนถึงวันนี้

ไข่เจียว
ครูแมกซ์ได้พิสูจน์แล้วว่า…การสร้างเงินแสนจากครัวที่บ้าน “มันทำได้จริง”
ครูแมกซ์ก็พร้อมที่จะถ่ายทอดทุกสูตรลัด แบไต๋ทุกเคล็ดลับให้คุณแบบหมดเปลือก!!  !!ความตั้งใจนั้นมันก็ได้เกิด”ผลลัพธ์”กับลูกศิษย์ครูแมกซ์เรียบร้อยแล้ว

📌น้องมิ้นท์ นักเรียนคอร์สไพรเวทจับมือทำรอบสด
ลาออกจากงานประจำเพื่อมาเปิดร้านขายอาหาร หลังจากเรียนกับครูแมกซ์ไปเพียงแค่3วัน น้องได้จับเงินบาทแรกจากอาหารทันที!!
โดยเปิดรับพรีออเดอร์จากอาพาร์ทเมนต์ (โดยมีครูแมกซ์เป็นที่ปรึกษาตลอด1เดือนเต็ม) เริ่มจากเมนูง่ายๆที่ครูแมกซ์เลือกให้เป็นเมนูประจำร้าน คือ “เมนูไข่ฟูหมูฉ่ำนัว”

‼️ล่าสุดเพียงแค่ 2เดือน ยอดขายเดือนกุมภาพันธ์ 68
สรุปได้ยอดขาย 60,000 บาท (ทำด้วยตัวคนเดียว)

📌น้องเติ๊ด นักเรียนคอร์สออนไลน์
เป็นพนักงานประจำหัวหน้าแผนกHR อยากหาอาชีพเสริมเพื่อวางแผนลาออกจากงานประจำ หลังจากเรียนคอร์สครูแมกซ์ภายใน 7 วัน น้องได้จับเงินบาทแรกจากอาหารทันที!!
โดยเปิดรับออเดอร์ที่คอนโด เริ่มจากเมนูง่ายๆที่เรียนจากคอร์สสูตรกะเพรา กับ คอร์ส10เมนูไข่ทำง่ายรายได้ปัง เมนูประจำร้าน คือ “เมนูข้าวไข่เจียว ไข่ข้น”
‼️ล่าสุดเพียงแค่ 2เดือน ยอดขายได้มากกว่าเงินเดือนประจำเป็นที่เรียนร้อยแล้ว พร้อมกับยื่นใบลาออก (แต่นายยังไม่อนุมัติ)

สนใจติดต่อสอบถามข้อมูล
ไลน์ ID  :  @krumax
Page FB : https://web.facebook.com/profile.php?id=61569480015186
เว็บไซด์ : https://krumax.net/krumaxcourse/
เบอร์โทร : 081-413-4479


6
ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเสียงดัง
ในโรงงานอุตสาหกรรม
โรงงานหรือสถานประกอบกิจการที่มีปัญหาด้านเสียงเกินค่ามาตรฐาน อาจสร้างผลกระทบทั้งด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงานต่อพนักงานในโรงงานเอง หรืออาจก่อให้เกิดมลพิษทางเสียงต่อชุมชนและสภาพแวดล้อมที่อยู่ด้านนอกโรงงาน หากเจ้าของแหล่งกำเนิดเสียงหรือผู้เกี่ยวข้องปล่อยปละละเลย ไม่จัดทำโครงการควบคุมเสียงหรือแก้ไขปัญหาดังกล่าวไม่สำเร็จ จะทำให้มีผลกระทบตามมา เช่น
•   เป็นผู้กระทำผิดกฎหมายด้านเสียง มีทั้งโทษปรับและจำคุก
•   ลูกจ้างอาจเกิดภาวะสูญเสียการได้ยินแบบชั่วคราวหรือแบบถาวร
•   ประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานลดลงจากเสียงเกินค่ามาตรฐาน
•   ถูกร้องเรียนจากชุมชนหรือผู้ได้รับผลกระทบทางเสียงที่อยู่นอกโรงงาน
•   โรงงานหรือสถานประกอบกิจการอาจถูกสั่งปิดปรับปรุง จนกว่าจะแก้ไขแล้วเสร็จ

ทำไมต้องใช้บริการจาก
“NEWTECH INSULATION” ในการควบคุมเสียง?
ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปี ในการควบคุมเสียงอุตสาหกรรม เรามีความพร้อมทั้งด้านบุคลากรเฉพาะทางที่มีความรู้ด้านเสียงและความสั่นสะเทือน เครื่องมืออันทันสมัยที่ได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงประสบการณ์ด้านการแก้ไขปัญหาเสียงอุตสาหกรรมที่มีทั้งในและต่างประเทศ ผู้ใช้บริการจึงมั่นใจได้ว่าปัญหาด้านเสียงในโรงงานหรือสถานประกอบกิจการจะได้รับการแก้ไขได้อย่างตรงจุด ด้วยค่าใช้จ่ายที่น้อยที่สุด เพราะเราเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมเสียงในอุตสาหกรรม
– บริษัทฯ ขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาตเป็นนิติบุคคลผู้ให้บริการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทำงานเกี่ยวกับระดับเสียง โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
– บุคลากรของบริษัทฯ ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ควบคุมมลพิษเสียงและความสั่นสะเทือน จากสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
– มีทีมงานที่มากประสบการณ์และความรู้ ได้แก่ วิศวกร นักสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรม เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ช่างเทคนิค รวมไปถึงช่างประกอบและติดตั้งระบบควบคุมเสียง
– มีเครื่องมือที่ได้มาตรฐานไว้ให้บริการทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์
– มีสินค้าสำหรับควบคุมเสียงและความสั่นสะเทือนให้เลือกหลากหลายรูปแบบ เช่น ผนังกันเสียง ห้องเก็บเสียง ม่านกันเสียง ตู้ครอบลดเสียง แจ็คเก็ตลดเสียง ไซเลนเซอร์ อคูสติคลูเวอร์ อุปกรณ์แยกความสั่นสะเทือน เป็นต้น
– มีการประเมินหรือทำตัวแบบจำลองระดับเสียง ก่อน-หลัง ปรับปรุงให้ลูกค้าใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการแก้ปัญหาด้านเสียง
– รับประกันระดับเสียงที่ลดลง อยู่ในเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
– รับประกันคุณภาพสินค้าและฝีมือการติดตั้งทุกงาน

บริษัท นิวเทค อินซูเลชั่น จำกัด
ผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมเสียงในโรงงานอุตสาหกรรม
จากประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาด้านเสียงมายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นเสียงทางอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน และเสียงทางสิ่งแวดล้อม
ทางบริษัทฯ ยินดีให้คำแนะนำที่ทำได้จริงสำหรับการแก้ปัญหาด้านมลภาวะทางเสียงที่เกิดขึ้น เพื่อให้ทั้งโรงงาน พนักงาน หรือชุมชนโดยรอบอยู่ร่วมกันได้
“เพราะเรา…เข้าใจเรื่องเสียง”


สนใจสั่งซื้อ
เบอร์โทร:  02-583-8035 , 02-583-8034, 098-995-4650
E-mail: contact@newtechinsulation.com
Line ID: @newtechinsulation
Facebook: newtechthai
Instagram: newtechinsulation
เว็บไซด์: https://www.noisecontrol365.com/


7
ท่อลมร้อนที่นิยมใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม

ท่อลมร้อนที่นิยมใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมมีหลากหลายประเภท โดยแต่ละประเภทมีคุณสมบัติและการใช้งานที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับลักษณะงานและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในโรงงานนั้น ๆ ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ท่อลมร้อนสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทหลัก ๆ ดังนี้

1. ท่อลมร้อนโลหะ

วัสดุ: ทำจากโลหะ เช่น เหล็ก สแตนเลส หรืออะลูมิเนียม

คุณสมบัติ:
มีความแข็งแรงทนทานสูง
ทนต่ออุณหภูมิสูงได้ดี
ทนต่อแรงดันได้ดี
มีอายุการใช้งานยาวนาน
มีน้ำหนักมาก
ติดตั้งยากกว่าท่อลมร้อนประเภทอื่น

งานที่เหมาะสม:
งานอุตสาหกรรมหนัก เช่น โรงงานผลิตเหล็ก โรงงานปิโตรเคมี หรือโรงไฟฟ้า
งานที่ต้องการความทนทานต่ออุณหภูมิสูงและแรงดันสูง
งานที่ต้องการความทนทานต่อการกัดกร่อน

ตัวอย่าง:
ท่อลมชุบสังกะสี: นิยมใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมทั่วไป เนื่องจากมีความแข็งแรงทนทาน ทนต่อความร้อน และป้องกันสนิมได้ดี
ท่อลมอลูมิเนียมกึ่งแข็ง (Semi-Rigid Flex): เหมาะสำหรับงานระบบระบายอากาศในหลากหลายสถานการณ์ ด้วยคุณสมบัติที่สามารถดัดโค้งและคงรูปได้ตามต้องการ

2. ท่อลมร้อนผ้าใบ

วัสดุ: ทำจากผ้าใบเคลือบสารทนความร้อน เช่น ซิลิโคน หรือ PVC

คุณสมบัติ:
มีความยืดหยุ่นสูง
น้ำหนักเบา
ติดตั้งง่าย
ราคาถูกกว่าท่อลมร้อนโลหะ
ทนต่ออุณหภูมิได้ปานกลาง
ไม่ทนต่อแรงดันสูง

งานที่เหมาะสม:
งานระบายอากาศทั่วไป
งานดูดควัน หรือไอน้ำมัน
งานที่ต้องการความยืดหยุ่นในการติดตั้ง
งานที่ไม่ต้องการความทนทานต่อแรงดันสูง

ตัวอย่าง:
ท่อผ้าใบสีฟ้า: นิยมใช้ในการดูดอากาศ ช่วยระบายควัน และลำเลียงอากาศเข้าไปภายในอาคาร
ท่อผ้าใบสีส้ม หรือท่อลมร้อน: ทนความร้อนได้สูง เหมาะสำหรับระบายอากาศ ควัน ในโรงงานอุตสาหกรรม

3. ท่อลมร้อนอะลูมิเนียมฟอยล์

วัสดุ: ทำจากอะลูมิเนียมฟอยล์

คุณสมบัติ:
น้ำหนักเบา
ติดตั้งง่าย
ราคาถูก
ทนต่ออุณหภูมิได้ปานกลาง
ไม่ทนต่อแรงดันสูง
ไม่ทนต่อการฉีกขาด

งานที่เหมาะสม:
งานระบายอากาศในอาคาร
งานดูดควันในครัว
งานที่ไม่ต้องการความทนทานต่อแรงดันสูงและการฉีกขาด

4. ท่อลมร้อน PVC

วัสดุ: ทำจาก PVC

คุณสมบัติ:
มีความยืดหยุ่นสูง
น้ำหนักเบา
ติดตั้งง่าย
ราคาถูก
ทนต่ออุณหภูมิได้ต่ำ
ไม่ทนต่อแรงดันสูง
ไม่ทนต่อสารเคมีบางชนิด

งานที่เหมาะสม:
งานระบายอากาศทั่วไป
งานดูดฝุ่น หรือขี้เลื่อย
งานที่ไม่ต้องการความทนทานต่ออุณหภูมิสูง แรงดันสูง และสารเคมี

ตัวอย่าง:
Pneumatic PVC Tubing: ท่อพีวีซี มีความยืดหยุ่นสูง ทนทานต่อสารเคมี เหมาะสำหรับงานเกี่ยวกับลมที่หลากหลาย
การเลือกใช้ท่อลมร้อนสำหรับโรงงาน

ในการเลือกใช้ท่อลมร้อนสำหรับโรงงาน ควรพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ ดังนี้:

ลักษณะการใช้งาน: เลือกท่อลมร้อนให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งาน เช่น งานระบายอากาศทั่วไป งานดูดควัน หรืองานระบายความร้อนจากเครื่องจักร
ขนาด: เลือกท่อลมร้อนที่มีขนาดเหมาะสมกับปริมาณลมที่ต้องการระบาย
ความยาว: เลือกท่อลมร้อนที่มีความยาวเหมาะสมกับการติดตั้ง
วัสดุ: เลือกท่อลมร้อนที่ทำจากวัสดุที่มีคุณภาพดี ทนทาน และปลอดภัย
ราคา: เลือกท่อลมร้อนที่มีราคาเหมาะสมกับงบประมาณ

คำแนะนำเพิ่มเติม
ควรติดตั้งท่อลมร้อนให้ถูกต้องตามคำแนะนำของผู้ผลิต
ควรทำความสะอาดท่อลมร้อนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการสะสมของฝุ่นละอองและสิ่งสกปรก
หากมีข้อสงสัย ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำแนะนำในการเลือกและติดตั้งท่อลมร้อนที่เหมาะสมกับการใช้งานของโรงงาน

8
ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเสียงดัง
ในโรงงานอุตสาหกรรม
โรงงานหรือสถานประกอบกิจการที่มีปัญหาด้านเสียงเกินค่ามาตรฐาน อาจสร้างผลกระทบทั้งด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงานต่อพนักงานในโรงงานเอง หรืออาจก่อให้เกิดมลพิษทางเสียงต่อชุมชนและสภาพแวดล้อมที่อยู่ด้านนอกโรงงาน หากเจ้าของแหล่งกำเนิดเสียงหรือผู้เกี่ยวข้องปล่อยปละละเลย ไม่จัดทำโครงการควบคุมเสียงหรือแก้ไขปัญหาดังกล่าวไม่สำเร็จ จะทำให้มีผลกระทบตามมา เช่น
•   เป็นผู้กระทำผิดกฎหมายด้านเสียง มีทั้งโทษปรับและจำคุก
•   ลูกจ้างอาจเกิดภาวะสูญเสียการได้ยินแบบชั่วคราวหรือแบบถาวร
•   ประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานลดลงจากเสียงเกินค่ามาตรฐาน
•   ถูกร้องเรียนจากชุมชนหรือผู้ได้รับผลกระทบทางเสียงที่อยู่นอกโรงงาน
•   โรงงานหรือสถานประกอบกิจการอาจถูกสั่งปิดปรับปรุง จนกว่าจะแก้ไขแล้วเสร็จ

ทำไมต้องใช้บริการจาก
“NEWTECH INSULATION” ในการควบคุมเสียง?
ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปี ในการควบคุมเสียงอุตสาหกรรม เรามีความพร้อมทั้งด้านบุคลากรเฉพาะทางที่มีความรู้ด้านเสียงและความสั่นสะเทือน เครื่องมืออันทันสมัยที่ได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงประสบการณ์ด้านการแก้ไขปัญหาเสียงอุตสาหกรรมที่มีทั้งในและต่างประเทศ ผู้ใช้บริการจึงมั่นใจได้ว่าปัญหาด้านเสียงในโรงงานหรือสถานประกอบกิจการจะได้รับการแก้ไขได้อย่างตรงจุด ด้วยค่าใช้จ่ายที่น้อยที่สุด เพราะเราเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมเสียงในอุตสาหกรรม
– บริษัทฯ ขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาตเป็นนิติบุคคลผู้ให้บริการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทำงานเกี่ยวกับระดับเสียง โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
– บุคลากรของบริษัทฯ ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ควบคุมมลพิษเสียงและความสั่นสะเทือน จากสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
– มีทีมงานที่มากประสบการณ์และความรู้ ได้แก่ วิศวกร นักสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรม เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ช่างเทคนิค รวมไปถึงช่างประกอบและติดตั้งระบบควบคุมเสียง
– มีเครื่องมือที่ได้มาตรฐานไว้ให้บริการทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์
– มีสินค้าสำหรับควบคุมเสียงและความสั่นสะเทือนให้เลือกหลากหลายรูปแบบ เช่น ผนังกันเสียง ห้องเก็บเสียง ม่านกันเสียง ตู้ครอบลดเสียง แจ็คเก็ตลดเสียง ไซเลนเซอร์ อคูสติคลูเวอร์ อุปกรณ์แยกความสั่นสะเทือน เป็นต้น
– มีการประเมินหรือทำตัวแบบจำลองระดับเสียง ก่อน-หลัง ปรับปรุงให้ลูกค้าใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการแก้ปัญหาด้านเสียง
– รับประกันระดับเสียงที่ลดลง อยู่ในเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
– รับประกันคุณภาพสินค้าและฝีมือการติดตั้งทุกงาน

บริษัท นิวเทค อินซูเลชั่น จำกัด
ผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมเสียงในโรงงานอุตสาหกรรม
จากประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาด้านเสียงมายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นเสียงทางอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน และเสียงทางสิ่งแวดล้อม
ทางบริษัทฯ ยินดีให้คำแนะนำที่ทำได้จริงสำหรับการแก้ปัญหาด้านมลภาวะทางเสียงที่เกิดขึ้น เพื่อให้ทั้งโรงงาน พนักงาน หรือชุมชนโดยรอบอยู่ร่วมกันได้
“เพราะเรา…เข้าใจเรื่องเสียง”


สนใจสั่งซื้อ
เบอร์โทร:  02-583-8035 , 02-583-8034, 098-995-4650
E-mail: contact@newtechinsulation.com
Line ID: @newtechinsulation
Facebook: newtechthai
Instagram: newtechinsulation
เว็บไซด์: https://www.noisecontrol365.com/


9
การป้องกัน สายยางให้อาหารหลุด ในการให้ อาหารสายยาง

การให้อาหารทางสายยาง เป็นวิธีการรักษาอย่างหนึ่งของทางการแพทย์ ซึ่งจะใช้ในกลุ่มผู้ที่ไม่สามารถรับประทานอาหารเองได้ หรือกลุ่มผู้ที่ไม่สามารถกลืนอาหารเอง การให้อาหารทางสายยาง มีความจำเป็นในผู้ป่วยจำนวนมาก เพราะเป็นทางเลือกแรกในการให้อาหาร เมื่อผู้ป่วยไม่สามารถรับประทานอาหารเองได้ แต่การให้อาหารทางสายยาง มักเกิดปัญหาหลายอย่างขณะที่ทำการให้อาหาร ไม่ว่าจะเป็นการติดขัดของอาหารปั่นผสมที่ให้ผู้ป่วย หรือผุ้ป่วยเกิกการสำลักอาหาร รวมไปถึง สายให้อาหารเกิดหลุด ซึ่งปัญหาที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ถือเป็นอุปสรรคต่อการได้รับอาหารของผู้ป่วย ทำให้เกิเดปัญหาต่างๆตามมา ไม่ว่าจะเป็นการได้รับอาหารที่ไม่เพียงพอ ต่อความต้องการของร่างกายผู้ป่วย

สำหรับสาเหตุที่ทำให้สายยางให้อาหารหลุดนั้น เกิดได้จากภาวะการขาดดุลของอีเล็คโทรลัยต์ การอาเจียน หรือการไอ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักๆที่ทำให้สายยางให้อาหารหลุด หรือบางกรณีอาจจะเป็นการดึงรั้งสายยางของผู้ป่วย ที่อาจจะมีอาการเจ็บปวด หรือรำคาญ จึงทำให้สายยางหลุดออกจากตำแหน่งที่ให้อาหาร นอกจากนี้ยังมีเรื่องของความเหนียวของพลาสเตอร์ที่ใช้ยึดตัวสายยางให้อาหารที่มีความเหนียวไม่เพียงพออีกด้วย หลายปัจจัยที่ผู้ดุแลจะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วย เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน เพียงพอต่อร่างกาย ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่เป็นประโยชน์มากที่สุด เพื่อรักษาสมดุลของระบบการย่อยอาหาร และระบบขับถ่าย ให้เป็นปกติ

สำหรับวิธีการป้องกันสายยางให้อาหารหลุด ก็คือ อย่างแรกต้องทำความเข้าใจกับผู้ป่วยก่อนว่า การให้อาหารทางสายยางมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อผู้ป่วย ทำให้ผู้ป่วยเข้าใจถึงสภาพของสายยางให้อาหารที่อยู่ภายในร่างกาย เพื่อป้องกันการกระทบกระเทือน และต้องอธิบายให้ผู้ป่วยเข้าใจว่า หากผู้ป่วยเกิดความรำคาญ หรือมีอาการเจ็บบริเวณจุดที่สอดใส่สายยาง จะต้องแจ้งให้ผู้ดูแลหรือพยาบาลทราบ ห้ามดึงสายให้อาหารออกเองเด็ดขาด พลาสเตอร์ที่ใช้ติดเพื่อไม่ให้สายยางให้อาหารขยับจะต้องมีความเหนียวติดทนนาน เพราะถ้าหากสายยางให้อาหารเกิดเลื่อนจากตำแหน่งเดิมจะต้องรีบแจ้งผู้ดูแล เพื่อทำการแก้ไขโดยด่วน

อย่างไรก็ตามจะต้องดูแลให้ผู้ป่วยดึงรั้งสายให้อาหารขณะที่กำลังให้อาหาร เพราะอาจจะเกิดผลเสียต่อผู้ป่วยได้ ควรแนะนำให้ผู้ป่วยทำความสะอาดรอบบริเวณตำแหน่งที่ให้อาหาร ต้องให้แห้งเพราะอาจจะเกิดการติดเชื้อของบาดแผลได้ ในกรณีที่มีการเจาะบริเวณหน้าท้อง และผู้ดูแลหรือพยาบาลจะต้องมีการดูดเสมหะของผุ้ป่วยก่อนการให้อาหาร เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยมีอาการไอ หรือสำลักขณะให้อาหาร เพราะจะทำให้สายยางให้อาหารเกิดหลุดหรือเคลื่อนได้ และหากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ผู้ดูแลหรือพยาบาลควรเข้าให้ความช่วยเหลือทันที และทำการแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้อย่างทันเวลา

หากผู้ป่วยมีอาการอาเจียน ผู้ดุแลจะต้องเข้าให้การช่วยเหลือทันที และดูแลไม่ให้สายยางให้อาหารหลุด ดูแลสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วยด้วยหากผู้ป่วยมีอาหารเป็นหวัด จะต้องได้รับการรักษาทันที วิธีป้องกันเหล่านี้ถือว่า ผู้ที่ดูแลจะต้องมีความรู้พื้นฐานในการดูแลผู้ป่วยที่ต้องให้อาหารทางสายยาง เพราะการให้อาหารทางสายยางจะต้องมีความละเอียด ลออเป็นอย่างมาก ต้องคอยสังเกตอาการและพฤติกรรมของผู้ป่วยอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับการให้อาหารทางสายยาง และยังจะต้องเฝ้าสังเกตอาหารผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด หากเกิดภาวะแทรกซ้อน หรือการติดเชื้อบริเวณบาดแผลที่ทำการเจาะเพื่อให้อาหาร แพทย์จะได้เข้ารับการตรวจและรักษาได้ทันเวลา ผู้ดูแลหรือญาติจะต้องมีการเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้การรักษาความสะอาดก็ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะผู้ป่วยที่ต้องให้อาหารทางสายยาง จะเกิดภาวการณ์ติดเชื้อได้ง่าย เพราะมีการใช้สายยางให้อาหาร มีการเจาะบริเวณหน้าท้อง และเสี่ยงต่อการอักเสบคิดเชื้อเป้นอย่างมาก ก่อนและหลังการให้อาหารทางสายยางแก่ผู้ป่วย ผู้ดูแลจะต้องล้างมือทุกครั้ง เพื่อไม่ให้เกิดการติดเชื้อและความสะอาดของบาดแผลด้วย ฉะนั้นปัญหาหรืออุปสรรคต่างๆจะไม่เกิดขึ้น หากผุ้ดุแลรู้วิธีการดูแลที่ถูกต้อง และทำให้ผู้ป่วยได้รับความปลอดภัยมากที่สุดในการให้อาหารทางสายยาง

10
จัดฟันบางนา: ระยะเวลา “ปลูกกระดูกฟัน” ก่อนฝังรากฟันเทียม ?

การปลูกกระดูกฟัน เป็นการเสริมกระดูกในบริเวณที่มีกระดูกไม่เพียงพอ เป็นอีกหนึ่งวิธีของการรักษาทางทันตกรรมที่สามารถช่วยให้ผลการรักษาออกมาสมบรูณ์แบบมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะให้การรักษาในกรณีที่ปริมาณของกระดูกขากรรไกรไม่สมบูรณ์หรือมีไม่เพียงพอ เช่น ในกรณีที่จะทำการรักษาด้วยการผ่าตัดฝังรากเทียม ส่วนกระดูกที่จะนำมาปลูกถ่ายนั้น ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของทันตแพทย์ผู้ทำการรักษา ในการเลือกประเภทของวัสดุที่จะนำมาใช้งานให้เหมาะสมกับลักษณะทางกายวิภาคของผู้เข้ารับการรักษาของแต่ละบุคคล โดยจะมีกระดูกอยู่ 3 ชนิดที่จะนำมาทำการปลูกกระดูก ก็คือ กระดูกของผู้เข้ารับการรักษาเอง


กระดูกจากสิ่งมีชีวิตสปีชีส์เดียวกัน และ กระดูกจากสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น ซึ่งกระดูกที่นำมาใช้แล้วดีที่สุด แน่นอนว่าจะต้องเป็นกระดูกของผู้เข้ารับการรักษาเอง เพราะสามารถเข้ากับร่างกายได้ดีอยู่แล้ว และทำให้ไม่เกิดภาวะแทรกซ้อน หรือไม่เกิดการติดเชื้อด้วย แต่ถ้าหากผู้เข้ารับการรักษาไม่อยากที่จะมีจะมีบาดแผลหลายที่ก็อาจจะใช้กระดูกของผู้อื่หรือกระดูกจากสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น เพราะจะทำให้ผู้เข้ารับการรักษาไม่ต้องเกิดบาดแผลหลายที่นั่นเอง

ภายหลังจากผู้เข้ารับการรักษาได้รับการปลูกกระดูกแล้ว จะต้องมีการพักฟื้นเพื่อให้กระดูกมีความแข็งแรง แต่ในปัจจุบันการปลูกถ่ายกระดูกสามารถทำควบคู่ไปกับการฝังรากฟันเทียมได้เลย ส่วนกระดูกที่นำมาใช้งานนั้นทันตแพทย์อาจใช้กระดูกของผู้เข้ารับการรักษาเอง หรือใช้กระดูกสังเคราะห์ ขึ้นอยู่กับความเพียงพอและความเหมาะสมกับลักษณะของสภาพฟันของผู้เข้ารับการรักษา ซึ่งวิธีนี้มีข้อดีคือผู้เข้ารับการรักษา เพราะไม่ต้องเสียเวลาในการมาพบทันตแพทย์บ่อยครั้ง


สำหรับในขั้นตอนการปลูกกระดูกฟัน แพทย์จะทำการตัดกระดูกส่วนหนึ่งออกจากส่วนอื่นของร่างกายของผู้เข้ารับการรักษา เพื่อนำไปปลูกกระดูกฟันเพื่อทำการรักษาด้วยการผ่าตัดฝังรากฟันเทียม ซึ่งเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน จากนั้นจึงปลูกถ่ายเข้าไปในกระดูกขากรรไกร ซึ่งโดยปกติแล้วผู้เข้ารับการรักษาจะต้องรอเป็นเวลาหลายเดือน เพื่อให้กระดูกที่ปลูกเข้าไปสร้างกระดูกใหม่ที่แข็งแรงกว่าเดิมและสามารถพยุงรากเทียมให้อยู่กับที่ได้ โดยที่ไม่ขยับและมีความแข็งแรงเพื่อพร้อมที่รองรับรากฟันเทียม หรือบางทีคุณอาจจะได้ปลูกถ่ายกระดูกชิ้นเล็ก ๆ พร้อมกับการผ่าตัดฝังรากเทียมเลย ซึ่งจะขึ้นอยู่กับทันตแพทย์ว่าจะสามารถทำการฝังรากฟันเทียมได้ทันทีหรือไม่

สำหรับการปลูกกระดูกฟันพร้อมกับการฝังรากฟันเทียมไปพร้อมกัน โดยทันตแพทย์จะทำการพิจารณาว่า ผู้เข้ารับการรักษาสามารถทำการปลูกกระดูกแล้วฝังรากฟันเทียมได้ทันทีหรือไม่ถ้าทันตแพทย์ประเมินว่า ผู้เข้ารับการรักษายังพอมีกระดูกที่จะให้ยึดกับรากฟันเทียมให้แน่น แต่ยังไม่เพียงพอ ต้องมีการเติมแต่ไม่มาก อันนี้จะสามารถฝังรากเทียมพร้อมปลูกกระดูกได้เลย และต้องรออีก 3-4 เดือนถึงจะทำครอบฟันได้

และการปลูกกระดูกก่อน แล้วค่อยฝังรากฟันเทียมอีกรอบผู้เข้ารับการรักษาจะต้องรอเพื่อให้กระดูกฟันเข้าที่ ใช้ระยะเวลาหลังจากปลูกกระดูกฟันแล้วประมาณ 6 เดือน แล้วมาฝังรากฟันเทียม แล้วรออีก 3 เดือนถึงจะทำครอบฟันได้ ซึ่งการปลูกกระดูกนั้น แน่นอนอยู่แล้วว่าจะต้องใช้ระยะเวลาในการที่รอให้กระดูกที่นำมาปลูกถ่ายเข้ากับกระดูกขากรรไกรให้ดี เพื่อพร้อมสำหรับการรองรับรากฟันเทียม ซึ่งเป็นการรักษาที่ป้องกันการเกิดความล้มเหลวในการรักษาด้วยการผ่าตัดฝังรากฟันเทียม

เพื่อให้ผู้เข้ารับการรักษาได้มีกระดูกที่เพียงพอ และป้องกันการเกิดปัญหาที่จะตามมาในอนาคตได้ หากคุณสนใจจะเข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัดฝังรากฟันเทียม สามารถเข้ารับคำแนะนำจากทันตแพทย์ผู้มีความเชี่ยวชาญในเรื่องของรากฟันเทียมได้ที่ คลินิกเพราะทางเรามีทีมทันตแพทย์ผู้ที่มีประสบการณ์ในด้านการทันตกรรมมาอย่างยาวนาน ทำให้มีความน่าเชื่อถือว่า หากคุณเข้ารับการบริการของทางคลินิกเรา จะสามารถทำให้คุณกลับมามีรอยยิ้มที่สวยงาม และมีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน

11
หมอประจำบ้าน: แท้งบุตร (Miscarriage /Spontaneous abortion)

แท้งบุตร หมายถึง การที่ตัวอ่อนหรือทารกในครรภ์ถูกขับออกมาก่อนอายุครรภ์ได้ 20 สัปดาห์ พบได้ประมาณร้อยละ 10-20 ของการตั้งครรภ์ ส่วนใหญ่มักเกิดในช่วงไตรมาสแรก (12 สัปดาห์) ของการตั้งครรภ์

หญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุมากกว่า 35 ปี (อายุยิ่งมาก ยิ่งมีโอกาสแท้งบุตรมาก) มีประวัติเคยแท้งบุตรมาก่อน มีโรคประจำตัว (เช่น เบาหวาน โรคไทรอยด์) มีน้ำหนักน้อยหรือมากเกิน หรือมีการสูบบุหรี่ ดื่มสุราจัด หรือเสพสารเสพติด มีความเสี่ยงต่อการแท้งบุตรมากกว่าปกติ


สาเหตุ

ส่วนใหญ่เป็นการแท้งที่เกิดขึ้นเอง ซึ่งมากกว่าร้อยละ 50 เกิดจากตัวอ่อนหรือทารกในครรภ์มีความผิดปกติ (เช่น มีโครโมโซมที่ผิดปกติ)

บางส่วนเกิดจากมารดามีโรคประจำตัว (เช่น เบาหวาน ภาวะพร่องไทรอยด์ ต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน เอสแอลอี โรคคุชชิง กลุ่มอาการถุงน้ำรังไข่ชนิดหลายถุง) หรือโรคติดเชื้อต่าง ๆ (เช่น หัด หัดเยอรมัน มาลาเรีย), มีภาวะหมู่เลือดของทารกและมารดาเข้ากันไม่ได้ (Rh incompatability), มารดามีมดลูกที่ผิดปกติ (เช่น มีก้อนเนื้องอก การอักเสบ ความผิดปกติที่มีมาแต่กำเนิด), มารดาสูบบุหรี่ ดื่มสุราจัด หรือเสพสารเสพติด, หรือมารดาได้รับพิษจากรังสีหรือสารเคมี

ส่วนน้อยอาจเกิดจากการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง (เช่น การบาดเจ็บ หกล้ม) หรือการตั้งใจกินยาขับ หรือให้คนทำแท้ง

บางรายอาจไม่พบสาเหตุที่ชัดเจนก็ได้


อาการ

ถ้าตัวอ่อนยังมีชีวิตอยู่ ผู้ป่วยจะมีอาการเลือดออกทางช่องคลอดเพียงเล็กน้อย ร่วมกับปวดในท้องน้อยและปวดหลังเล็กน้อย ไม่มีก้อนชิ้นเนื้อของตัวอ่อนหลุดออกมา หากผู้ป่วยได้นอนพักเต็มที่ 3-4 วัน เลือดอาจหยุดได้เอง และการตั้งครรภ์อาจดำเนินต่อไปได้เป็นปกติ ลักษณะนี้ถือว่ายังไม่มีการแท้งเกิดขึ้น เรียกว่า การแท้งคุกคาม (threatened abortion)

แต่ถ้าตัวอ่อนเสียชีวิตลง การแท้งจะเกิดขึ้น ผู้ป่วยจะมีอาการตกเลือดมาก ปวดบิดในท้องรุนแรงคล้ายคลอดบุตร และอาจเห็นก้อนชิ้นเนื้อของตัวอ่อนหลุดออกมา

ถ้าตัวอ่อนและเศษรกหลุดออกมาได้หมด อาการตกเลือดจะค่อย ๆ หยุดลง และค่อย ๆ หายปวดท้อง เรียกว่า การแท้งโดยสมบูรณ์ (complete abortion)

แต่ถ้ายังมีเศษรกค้างอยู่ ผู้ป่วยก็ยังคงมีอาการปวดท้องและตกเลือดต่อไป เรียกว่า การแท้งไม่สมบูรณ์ (incomplete abortion) ซึ่งอาจต้องทำการขูดมดลูกนำเศษรกที่ค้างออก

ถ้าผู้ป่วยเสียเลือดมาก อาจมีอาการอ่อนเพลีย เวียนศีรษะ และซีด


ภาวะแทรกซ้อน

ในรายที่ทำแท้งโดยใช้เครื่องมือหรือสารที่ไม่ปลอดจากเชื้อ มดลูกอาจเกิดการติดเชื้อรุนแรง กลายเป็นการแท้งติดเชื้อ (septic abortion) ซึ่งอาจกลายเป็นโลหิตเป็นพิษ และอาจทำให้เสียชีวิตได้


การวินิจฉัย

แพทย์จะวินิจฉัยเบื้องต้นจากอาการ ประวัติการเจ็บป่วย และการตรวจร่างกาย

ตรวจพบว่ามีเลือดออกทางช่องคลอด อาจเห็นก้อนชิ้นเนื้อของตัวอ่อนหลุดออกมา (ควรนำชิ้นเนื้อไปให้แพทย์ตรวจดู)

ผู้ป่วยที่เสียเลือดมาก มักตรวจพบภาวะซีด

ถ้ามีการติดเชื้อ มักตรวจพบไข้ กดเจ็บบริเวณที่ปวดท้องน้อย มีตกขาวมีกลิ่นเหม็น

แพทย์จะทำการวินิจฉัยให้แน่ชัดโดยการตรวจภายใน และทำการตรวจพิเศษ (เช่น การตรวจเลือด ปัสสาวะ อัลตราซาวนด์ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์)

การตรวจภายใน หากพบว่าปากมดลูกเป็นปกติ (ยังไม่เปิดออก) มีแนวโน้มว่าจะไม่เกิดการแท้ง (ตัวอ่อนเสียชีวิตหลุดออกมา) เรียกว่า การแท้งคุกคาม (threatened abortion) แต่ถ้าพบว่าปากมดลูกเปิดออกแล้ว ก็มีแนวโน้มว่าจะเกิดการแท้งตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เรียกว่า การแท้งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ (inevitable abortion)


การรักษาโดยแพทย์

แพทย์จะให้การดูแลรักษา ดังนี้

1. ถ้าเลือดออกไม่มาก ปวดท้องไม่มาก และยังไม่มีตัวอ่อนหลุดออกมาให้เห็น แพทย์จะแนะนำการปฏิบัติตัวสำหรับผู้ป่วย และให้กลับไปพักรักษาตัวที่บ้าน นัดมาดูอาการเป็นระยะ ถ้าผู้ป่วยมีอาการปวด ให้พาราเซตามอลกินบรรเทา

ถ้าเลือดหยุดและหายปวดท้อง ทารกก็มักจะมีชีวิตรอด และการตั้งครรภ์สามารถดำเนินต่อไปได้

2. ถ้าเลือดออกมาก ปวดท้องมาก และมีก้อนชิ้นส่วนของตัวอ่อนหลุดออกมาให้เห็น แสดงว่ามีการแท้งเกิดขึ้นแล้ว แพทย์จะทำการขูดมดลูกเอาเศษรกออก

3. ถ้ามีตัวอ่อนหลุดออกมาแล้ว ผู้ป่วยหายปวดท้อง และเลือดออกน้อยลงก็ให้ผู้ป่วยนอนพัก ถ้าซีดให้ยาบำรุงโลหิต

ถ้ายังมีเลือดออกอยู่เรื่อย ๆ ให้ฉีดยาบีบมดลูก เช่น เมทิลเออร์โกเมทรีน (0.2 มก.) 1/2-1 หลอด เข้ากล้ามเนื้อ

4. ในรายที่สงสัยมีการอักเสบของเยื่อบุมดลูกร่วมด้วย เช่น มีไข้ มีตกขาวกลิ่นเหม็น ให้การรักษาแบบเยื่อบุมดลูกอักเสบ โดยการใช้ยาปฏิชีวนะ

ผลการรักษา ในรายที่มีเลือดออกในระยะไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ หากเป็นการแท้งคุกคาม (แพทย์ตรวจภายในพบว่าปากมดลูกยังไม่เปิดออก และตัวอ่อนยังมีชีวิตปกติ) ส่วนใหญ่เลือดจะหยุดได้เอง ไม่เกิดการแท้งตามมา และสามารถตั้งครรภ์ต่อไปเป็นปกติ ในกรณีที่การแท้งแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ (แพทย์ตรวจพบปากมดลูกเปิด) ก็จะเกิดการแท้งตามมา ส่วนในกรณีที่มีการติดเชื้อของมดลูก หากได้รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะตั้งแต่ระยะแรก ก็มักจะหายเป็นปกติได้


การดูแลตนเอง

หากสงสัย เช่น หลังตั้งครรภ์ได้ระยะหนึ่ง มีอาการปวดท้องน้อย และมีเลือดออกจากช่องคลอด ควรปรึกษาแพทย์โดยเร็ว

เมื่อตรวจพบว่าแท้งบุตร ควรดูแลตนเอง ดังนี้

    รักษา กินยา และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์
    ถ้ามีอาการแท้งคุกคาม (ตัวอ่อนยังมีชีวิต) ควรนอนพักให้มากนาน 3-4 วัน หยุดทำกิจกรรมที่ใช้แรง งดออกกำลังกาย และเว้นการมีเพศสัมพันธ์ 2 สัปดาห์
    หลังมีการแท้งบุตร ควรหลีกเลี่ยงการลงแช่ตัวในน้ำ การว่ายน้ำ เล่นน้ำในทะเล แม่น้ำลำคลอง และสระน้ำ เว้นการมีเพศสัมพันธ์ และการสอดใส่วัสดุ (เช่น ผ้าอนามัยแบบสอด) หลังการแท้งบุตร เป็นเวลา 2 สัปดาห์
    ควรเริ่มคุมกำเนิดตั้งแต่ 2 สัปดาห์หลังการแท้ง และควรคุมไว้นานอย่างน้อย 2-3 เดือนก่อนจะตั้งครรภ์ครั้งใหม่
    ติดตามรักษากับแพทย์ตามนัด

ควรกลับไปพบแพทย์ก่อนนัด ถ้ามีลักษณะข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้

    มีอาการไข้สูง ซีด อ่อนเพลีย เวียนศีรษะ ปวดท้องมาก หรือตกขาวมีกลิ่นเหม็น
    เลือดออกมาก หรือนานเกิน 2 สัปดาห์
    มีอาการปวดท้องน้อยฉับพลันรุนแรง ลุกนั่งหน้ามืดจะเป็นลม หน้าซีด หรือใจสั่นใจหวิว
    มีภาวะวิตกกังวลหรือซึมเศร้า
    มีอาการที่สงสัยว่าเป็นผลข้างเคียงจากยาหรือแพ้ยา


การป้องกัน

ยังไม่มีวิธีป้องกันที่ได้ผล เนื่องจากการแท้งบุตรมักมีสาเหตุที่ไม่อาจควบคุมได้

หญิงที่ตั้งครรภ์อาจลดความเสี่ยงของการแท้งบุตรลงด้วยการปฏิบัติ ดังนี้

    หมั่นดูแลสุขภาพให้แข็งแรงเป็นพื้นฐานตั้งแต่ยังไม่ได้ตั้งครรภ์ ด้วยการออกกำลังกาย กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และหาทางผ่อนคลายความเครียด
    ถ้ามีโรคประจำตัว (เช่น เบาหวาน โรคไทรอยด์) ติดตามรักษาและดูแลตนเองให้ควบคุมโรคได้
    งดบริโภคสุรา ยาสูบ และยาเสพติด รวมทั้งควรงดหรือลดการดื่มกาแฟ (มีงานวิจัยพบว่า หญิงตั้งครรภ์ที่ดื่มกาแฟมากกว่าวันละ 2 แก้ว เพิ่มความเสี่ยงต่อการแท้งบุตร)
    ฝากครรภ์ตั้งแต่แรก และติดตามดูแลรักษากับแพทย์อย่างต่อเนื่อง
    กินยาเม็ดกรดโฟลิก (ซึ่งแพทย์จะแนะนำให้กินตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ 3 เดือน เพื่อป้องกันไม่ให้ทารกในครรภ์มีความผิดปกติของระบบประสาท


ข้อแนะนำ

1. การทำแท้งกันเองเป็นสิ่งที่อันตรายมาก เพราะอาจติดเชื้ออักเสบถึงตายได้ จึงควรหลีกเลี่ยง หากมีปัญหาตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำที่ถูกต้อง

2. ผู้ที่เคยแท้งเองมาก่อน อาจมีโอกาสแท้งได้ในครรภ์ต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเคยแท้งติดต่อกันตั้งแต่ 2 ท้องขึ้นไป การตั้งครรภ์ในครั้งต่อไปควรฝากครรภ์เสียแต่เนิ่น ๆ และพักผ่อนให้มาก ๆ ผู้ที่เคยแท้งติดต่อกัน 3 ท้องขึ้นไปเรียกว่า การแท้งเป็นอาจิณ (habitual abortion) ซึ่งมักมีสาเหตุที่เกี่ยวกับความผิดปกติของมดลูกหรือทารกในครรภ์ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อค้นหาสาเหตุและแก้ไข สำหรับผู้ที่แพทย์ตรวจไม่พบสาเหตุ สามารถตั้งครรภ์ที่ปกติได้ถึงร้อยละ 60-80 ของผู้ป่วยกลุ่มนี้

3. ผู้ป่วยที่ตรวจพบหรือสงสัยว่าตั้งครรภ์ หรือมีประวัติขาดประจำเดือน 1-2 เดือน เกิดมีอาการปวดท้อง มีเลือดออกจากช่องคลอดกะปริดกะปรอย และมีอาการลุกนั่งหน้ามืดจะเป็นลม) กระสับกระส่าย หน้าซีด ใจหวิวใจสั่น ชีพจรเบาเร็ว ความดันโลหิตต่ำ ควรคิดว่าอาจเป็นครรภ์นอกมดลูกมากกว่าการแท้งบุตร และควรไปพบแพทย์ทันที

12
โรคโคโรนาไวรัส (COVID-19): อาการและการรักษา

โรคโคโรนาไวรัส หรือ COVID-19 คือโรคระบบทางเดินหายใจที่เกิดจากไวรัส SARS-CoV-2 ซึ่งมีการแพร่ระบาดไปทั่วโลก แม้ปัจจุบันสถานการณ์จะดีขึ้นมาก แต่การรู้เท่าทันอาการและวิธีรักษาจะช่วยให้คุณรับมือกับโรคนี้ได้อย่างเหมาะสม

อาการของโรคโควิด-19

อาการของผู้ป่วยโควิด-19 มีหลากหลายและแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ตั้งแต่ไม่มีอาการเลยไปจนถึงอาการรุนแรง โดยอาการที่พบบ่อยได้แก่:

ไข้และหนาวสั่น: เป็นอาการเริ่มต้นที่พบได้บ่อย โดยอาจมีไข้ต่ำๆ ไปจนถึงไข้สูง

ไอและเจ็บคอ: อาจเป็นไอแห้งหรือไอแบบมีเสมหะร่วมด้วย

อ่อนเพลียและปวดเมื่อย: รู้สึกไม่มีแรงและปวดกล้ามเนื้อ

จมูกไม่ได้กลิ่นและลิ้นไม่รับรส: อาการนี้เป็นเอกลักษณ์ที่พบบ่อยในผู้ป่วย

หายใจหอบเหนื่อย: เป็นอาการที่บ่งชี้ว่าอาการเริ่มรุนแรงขึ้น ควรไปพบแพทย์ทันที

อาการอื่นๆ: เช่น คัดจมูก, มีน้ำมูก, ปวดศีรษะ, คลื่นไส้, หรือท้องเสีย


แนวทางการรักษา

แนวทางการรักษาโรคโควิด-19 ได้มีการปรับปรุงให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยส่วนใหญ่จะเน้นการรักษาตามอาการ และพิจารณาให้ยาต้านไวรัสสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการหรือมีความเสี่ยงสูง


1. การรักษาสำหรับผู้ป่วยอาการไม่รุนแรง (Home Isolation)

ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่ไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อย สามารถรักษาตัวที่บ้านได้ โดยเน้นการดูแลตัวเองดังนี้:

แยกกักตัว: เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ ควรแยกห้องนอนและห้องน้ำจากผู้อื่น

พักผ่อนให้เพียงพอและดื่มน้ำมากๆ: เพื่อช่วยให้ร่างกายฟื้นตัว

รักษาตามอาการ: หากมีไข้ให้รับประทานยาลดไข้ (พาราเซตามอล) หากมีอาการไอหรือเจ็บคอให้ใช้ยาแก้ไอและยาอม

พิจารณาการใช้ยาต้านไวรัส: แพทย์อาจพิจารณาให้ยาต้านไวรัส เช่น โมลนูพิราเวียร์ (Molnupiravir) หรือแพ็กซ์โลวิด (Paxlovid) ในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง


2. การรักษาสำหรับผู้ป่วยอาการรุนแรง

หากผู้ป่วยมีอาการรุนแรง เช่น หายใจลำบาก, หอบเหนื่อย, หรือมีไข้สูงกว่า 39 องศาเซลเซียส ควรรีบไปโรงพยาบาลเพื่อเข้ารับการรักษาอย่างใกล้ชิด โดยแพทย์จะพิจารณาให้ยาต้านไวรัสแบบฉีดเข้าเส้นเลือด และอาจต้องใช้เครื่องช่วยหายใจหากอาการรุนแรงมาก

สิ่งสำคัญที่สุดคือการสังเกตอาการตัวเองอย่างสม่ำเสมอ หากมีอาการที่เข้าข่ายหรืออาการแย่ลง ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสมค่ะ

13
การจัดฟันเด็ก ช่วยแก้ไขปัญหาฟันแท้ขึ้นไม่ได้

ในปัจจุบันนี้ ถือว่าวงการทันตกรรมของเรามีการพัฒนาขึ้นมาก ด้วยมีการนำนวัตกรรมเช้ามาใช้ในการรักษา ทำให้คนมักหันมาใส่ใจในเรื่องของสุขภาพช่องปากและฟันมากยิ่งขึ้น ซึ่งในสมัยนี้เด็กในวัยประถมก็สามารถเข้ารับการจัดฟันได้แล้ว พ่อแม่ผู้ปกครองสามารถนำเด็กๆ อายุต่ำว่า 10 ปี มาตรวจกับทันตแพทย์จัดฟันได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องรอจนถึงวัยรุ่น หรือไม่จำเป็นต้องรอให้ฟันแท้ขึ้น ก็สามารถเข้ารับการรักษาได้ ยิ่งถ้าหากพ่อแม่ผู้ปกครองพบปัญหาการสบฟันที่ก็ควรพาเด็กเข้ามาพบทันตแพทย์เพื่อเข้ารับการจัดฟันในเด็ก นอกจากนี้ พ่อแม่ผู้ปกครองควรเอาใจใส่ในเรื่องของสุขภาพช่องปากและฟันของลูกน้อย เพื่อที่จะได้ไม่เกิดปัญหาในอนาคต ยกตัวอย่างเช่น การสบฟันที่ผิดปกติ ซึ่งมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมการดูดนิ้ว การดูดขวดนม ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่เป็นธรรมชาติของเด็กในวัยนี้

แต่อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของสุขภาพช่องปากและฟันของลูกน้อย ถือว่าเป็นเรื่องที่พ่อแม่ผู้ปกครองควรให้ความสำคัญ เพราะการที่ลูกมีฟันผุตั้งแต่อายุยังน้อย และรุนแรงไปจนถึงการสูญเสียฟันก่อนเวลาอันควร ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่เลยทีเดียว เพราะถ้าหากบุตรหลานของท่านยังมีฟันแท้ขึ้นไม่ครบ ก็ควรรีบเข้ารับการแก้ไข เพราะอาจจะมีสาเหตุมาจากการที่ฟันน้ำนมหลุดก่อนวัยอันควร เนื่องจากจะทำให้เด็กอาจมีปัญหาฟันฝัง ฟันขึ้นเองไม่ได้ตามธรรมชาติ มีทั้งฟันหน้า ฟันเขี้ยว หากปล่อยไว้ไม่รักษา เด็กอาจไม่มีฟันธรรมชาติใช้งาน หากฟันหน้าหาย ก็จะกลายเป็นคนฟันหลอ มีปัญหาเรื่องบุคลิกภาพได้

สำหรับวันนี้ทางคลินิกของเรามาจะพูดถึงการจัดฟันในเด็กที่ช่วยแก้ไขปัญหาฟันแท้ขึ้นไม่ได้ เพราะส่งผลเสียต่อเด็กได้ในอนาคต ก่อนอื่น พ่อแม่ผู้ปกครอง ควรทำความเข้าใจในเรื่องของฟันน้ำนมของลูกก่อนว่า จริงๆแล้ว ฟันน้ำนมของลูกนั้น มีความสำคัญมาก เพราะส่งผลต่อการขึ้นของฟันแท้ ซึ่งพ่อแม่ส่วนใหญ่คิดว่า ฟันน้ำนมของลูกไม่มีความสำคัญเพราะคิดว่า เดี๋ยวฟันแท้ก็ขึ้น ซึ่งต้องบอกเลยว่า เป็นความเข้าใจที่ผิด และส่งผลร้ายแรงต่อฟันของเด็กได้ เพราะถ้าฟันน้ำนมผุและหลุดก่อนเวลา อาจจะส่งผลทำให้ฐานฟันแท้ที่กำลังจะสร้างเสร็จล้มเหลวลงได้ และเป็นสาเหตุทำให้ฟันแท้ไม่ขึ้น หรือขึ้นแต่ก็มีความผิดปกติได้


ซึ่งปัญหาดังกล่าวนี้ สามารถแก้ไขได้ด้วยการจัดฟัน อาจช่วยแก้ไขอาการฟันแท้หาย เนื่องจากฟันฝัง ด้วยการผ่าตัดเล็ก แล้วติดเครื่องมือลงบนฟันฝัง จากนั้นจึงค่อยๆ ให้แรง เพื่อดึงฟันฝังให้โผล่ขึ้นในตำแหน่งที่เหมาะสมได้นั่นเอง ซึ่ง ความผิดปกตินี้ ถ้าหากตรวจพบได้เร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสแก้ไขได้สำเร็จมากขึ้นเท่านั้น ถ้าหากทันตแพทย์ทำการตรวจและพบว่า  เด็กมีอาการฟันหาย ก็ควรเข้ารับการจัดฟันเพื่อแก้ไขปัญหาทันที


อย่างไรก็ตาม หากพ่อแม่ผู้ปกครองท่านใด สนใจพาบุตรหลานของท่านเข้ารับการรักษาด้วยการจัดฟันในเด็ก สามารถติดต่อขอรับคำแนะนำได้ที่คลินิกเพราะทางเรามีทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการจัดฟัน และมีประสบการณ์อย่างยาวนานด้านทันตกรรมทุกรูปแบบ เรียกได้ว่ามาที่เดียวจบทุกบริการเลยทีเดียว เพราะเราใส่ใจในเรื่องของช่องปากและฟัน อยากให้เด็กได้มีฟันที่สวยงาม เพื่อรอยยิ้มที่สดใส สมวัย และเพื่อเสริมสร้างในเรื่องของพัฒนาการของลูกน้อย เพื่อที่จะได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

14
เทคนิคเลือกของขวัญให้ผู้ใหญ่อย่างไรให้ถูกใจ?

การเลือกของขวัญให้ผู้ใหญ่นั้นต้องใช้ความละเอียดอ่อนเป็นพิเศษ เพราะเป็นการแสดงออกถึงความเคารพและความปรารถนาดี เทคนิคเหล่านี้จะช่วยให้คุณเลือกของขวัญที่เหมาะสมและถูกใจผู้รับได้อย่างแน่นอนค่ะ


1. คำนึงถึงสุขภาพ
สุขภาพเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้ใหญ่ การเลือกของขวัญที่ช่วยดูแลสุขภาพจึงเป็นสิ่งที่แสดงถึงความห่วงใยได้อย่างดีเยี่ยม เช่น เครื่องนวดไฟฟ้า, อาหารเสริมบำรุงร่างกาย (ควรเลือกที่เหมาะกับผู้รับ), หรืออุปกรณ์ออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุ เช่น ไม้เท้าค้ำยัน


2. เลือกของขวัญที่ใช้ประโยชน์ได้จริง
ของขวัญที่ผู้ใหญ่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้จะทำให้พวกท่านรู้สึกดีใจและเห็นถึงความใส่ใจของคุณ เช่น ผ้าคลุมไหล่ดีไซน์สวยๆ, แก้วน้ำเก็บอุณหภูมิ, หรืออุปกรณ์ทำสวนสำหรับผู้ที่ชอบทำสวน


3. มอบของขวัญตามความเชื่อและสิริมงคล
ผู้ใหญ่มักจะให้ความสำคัญกับเรื่องโชคลาภและความเป็นสิริมงคล การเลือกของขวัญที่มีความหมายดีๆ จึงเป็นสิ่งที่น่าประทับใจ เช่น พระเครื่องหรือวัตถุมงคลที่ท่านนับถือ, ต้นไม้มงคล หรือของตกแต่งบ้านที่สื่อถึงความเจริญรุ่งเรือง


4. เลือกของขวัญที่สร้างความทรงจำ
ของขวัญที่เป็นประสบการณ์จะช่วยสร้างความสุขและความทรงจำที่ดีร่วมกัน เช่น การพาไปรับประทานอาหารร้านโปรด, การพาไปท่องเที่ยวในสถานที่ที่ผู้ใหญ่ชอบ หรือการมอบรูปถ่ายที่ระลึกที่สวยงามในกรอบรูปเก๋ๆ


5. เน้นความเรียบง่ายแต่มีคุณค่าทางใจ
บางครั้งของขวัญที่ดีที่สุดอาจไม่ใช่ของราคาแพง แต่เป็นของขวัญที่ทำด้วยใจ เช่น การ์ดทำมือที่เขียนคำอวยพรด้วยลายมือของคุณเอง หรือการใช้เวลาทำกิจกรรมร่วมกับท่านในวันพิเศษ

หากคุณกำลังมองหาของขวัญให้ผู้ใหญ่ ลองนำเทคนิคเหล่านี้ไปปรับใช้ดูนะคะ รับรองว่าผู้รับจะประทับใจในความใส่ใจของคุณอย่างแน่นอน

15
สร้างอาชีพ: การเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้าในการช้อปปิ้งออนไลน์ กลยุทธ์สำคัญสำหรับการตลาดดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพ

การมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ราบรื่นและสะดวกสบายถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจในการดึงดูดและรักษาลูกค้าไว้ ด้วยตัวเลือกมากมายบนอินเทอร์เน็ต แบรนด์ต่างๆ จึงต้องพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้แน่ใจว่าแพลตฟอร์มของตนใช้งานง่าย ให้ข้อมูลและดึงดูดใจ การเลือกซื้อสินค้าผ่านการตลาดออนไลน์มีหลากหลายวิธี ซึ่งจะช่วยเพิ่มยอดขายและสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้

ต่อไปนี้คือกลยุทธ์บางประการที่จะเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้าในการช้อปปิ้งออนไลน์และยกระดับความพยายามทางการตลาดดิจิทัลของคุณ

1. เว็บไซต์และแอปมือถือที่ใช้งานง่าย
เว็บไซต์หรือแอปมือถือที่ได้รับการออกแบบอย่างดีถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับประสบการณ์เชิงบวกของลูกค้า ให้แน่ใจว่า:
เค้าโครงนั้นเรียบง่ายและใช้งานง่าย
เมนูการนำทางมีความชัดเจนและใช้งานง่าย
หน้าโหลดอย่างรวดเร็วทั้งบนเดสก์ท็อปและอุปกรณ์มือถือ
การค้นหาและตัวกรองผลิตภัณฑ์มีประสิทธิภาพช่วยให้ลูกค้าค้นหาสิ่งที่ต้องการได้อย่างง่ายดาย

2. คำแนะนำส่วนบุคคล
ใช้ประโยชน์จากข้อมูลลูกค้าเพื่อเสนอคำแนะนำผลิตภัณฑ์เฉพาะบุคคล วิเคราะห์ประวัติการซื้อ พฤติกรรมการเรียกดู และการตั้งค่าเพื่อแนะนำสินค้าที่เกี่ยวข้อง เพิ่มโอกาสในการแปลงและเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า

3. ตัวเลือกการชำระเงินหลากหลาย
การเสนอตัวเลือกการชำระเงินที่หลากหลายและปลอดภัยช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้า ตรวจสอบให้แน่ใจว่าแพลตฟอร์มของคุณรองรับ:
บัตรเครดิตและบัตรเดบิต
กระเป๋าเงินดิจิทัล (เช่น PayPal, Apple Pay)
การโอนเงินผ่านธนาคาร
ชำระเงินปลายทางในสถานที่ที่เลือก

4. ข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ชัดเจนและมีรายละเอียด
จัดเตรียมคำอธิบายผลิตภัณฑ์อย่างครอบคลุม รูปภาพคุณภาพสูง และบทวิจารณ์ของลูกค้าเพื่อช่วยให้ผู้ซื้อตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง ตารางขนาด ข้อมูลวัสดุ และข้อมูลจำเพาะที่ชัดเจนช่วยลดความเสี่ยงในการส่งคืนสินค้า

5. การจัดส่งที่รวดเร็วและยืดหยุ่น
นำตัวเลือกการจัดส่งมาใช้งานเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า เช่น:
การจัดส่งแบบมาตรฐานและแบบเร่งด่วน
จัดส่งภายในวันเดียวกันสำหรับคำสั่งซื้อในพื้นที่
บริการ Click-and-collect เพื่อความสะดวกในการรับสินค้าในร้าน

6. การสนับสนุนลูกค้าที่มีประสิทธิภาพ
เสนอช่องทางต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงได้ เช่น:
แชทสดเพื่อขอความช่วยเหลือแบบเรียลไทม์
การสนับสนุนทางอีเมล์และโทรศัพท์
คำถามที่พบบ่อยแบบครอบคลุมสำหรับโซลูชันบริการตนเอง

7. โปรแกรมความภักดีและข้อเสนอพิเศษ
ตอบแทนลูกค้าขาประจำด้วยคะแนนสะสม ส่วนลด และข้อเสนอพิเศษ วิธีนี้จะช่วยสร้างความภักดีต่อแบรนด์และกระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วมในระยะยาว

8. การมีส่วนร่วมบนโซเชียลมีเดีย
ใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเพื่อเชื่อมต่อกับลูกค้า แชร์ข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ และตอบคำถาม ความร่วมมือกับผู้มีอิทธิพลและแคมเปญสร้างสรรค์สามารถช่วยเพิ่มการมองเห็นแบรนด์ได้มากขึ้น

9. นโยบายการคืนสินค้าและการคืนเงินที่ราบรื่น
ให้แน่ใจว่ากระบวนการคืนสินค้าไม่มีปัญหา สื่อสารนโยบายการคืนเงินอย่างชัดเจนเพื่อสร้างความไว้วางใจและความเชื่อมั่นของลูกค้าในการซื้อของพวกเขา

การให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายของลูกค้าเป็นอันดับแรกจะช่วยให้ธุรกิจต่างๆ สามารถสร้างความแตกต่างในตลาดดิจิทัลที่มีการแข่งขันสูงได้ การนำกลยุทธ์เหล่านี้ไปใช้จะไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความพึงพอใจของผู้ใช้เท่านั้น แต่ยังช่วยกระตุ้นยอดขายและสร้างความภักดีของลูกค้าในระยะยาวอีกด้วย การตลาดดิจิทัลที่เน้นการมอบประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมให้กับลูกค้าถือเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในภูมิทัศน์การช้อปปิ้งออนไลน์ในปัจจุบัน




หน้า: [1] 2 3 ... 31