แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - airrii

หน้า: [1] 2 3 ... 5
1
ปัญหาฝักบัวเสียจะไม่ใช่เรื่องใหญ่อีกต่อไป หากทุกคนรู้วิธีเปลี่ยนหัวฝักบัว ด้วยตัวเอง โดยบทความนี้จะมาอธิบายแบบเข้าใจง่าย อ่านจบแล้วทำตามได้เลย ติดตามที่นี่

เชื่อว่า “ฝักบัวเสีย” น่าจะเป็นปัญหาที่กวนใจหลายคนไม่น้อย โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วนที่จำเป็นต้องใช้น้ำ แต่ฝักบัวเจ้ากรรมกลับไม่มีน้ำไหลออกมาเสียดื้อ ๆ อย่างไรก็ตาม หากทุกคนทราบถึงวิธีเปลี่ยนหัวฝักบัวด้วยตัวเอง ปัญหานี้จะกลายเป็นเรื่องง่ายขึ้น นอกจากนั้นยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายลงได้อีกด้วย ด้วยเหตุนี้ เราจึงขออาสามาแนะนำวิธีเปลี่ยนหัวฝักบัวด้วยตัวเอง อธิบายแบบเข้าใจง่ายสุด ๆ ไล่เลียงทีละขั้นตอน ไม่ว่าใครก็ทำตามได้ ติดตามในบทความนี้ได้เลย



สาเหตุของฝักบัวเสีย
    เสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน: หัวฝักบัวอาบน้ำมีอายุการใช้งานเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5-10 ปี ดังนั้น เมื่อใช้งานไปครบระยะเวลาดังกล่าว วัสดุต่าง ๆ ที่เป็นส่วนประกอบของฝักบัว เช่น วาล์วฝักบัว พลาสติก ยาง โลหะ ก็จะเริ่มเสื่อมสภาพตามกาลเวลา
    หัวฝักบัวอุดตัน: น้ำประปาที่ไหลผ่านหัวฝักบัวมักมีสิ่งสกปรกต่าง ๆ เช่น หินปูน ตะกรัน ฝุ่นละออง ปะปนมาด้วย โดยสิ่งสกปรกเหล่านี้อาจไปอุดตันตามรูพรุนของหัวฝักบัว ทำให้น้ำไหลออกมาไม่สะดวก ส่งผลให้ฝักบัวเสียได้ในที่สุด
    สายฝักบัวรั่ว: สายฝักบัวเป็นชิ้นส่วนที่เชื่อมต่อระหว่างฝักบัวกับท่อน้ำ หากสายฝักบัวชำรุดเสียหาย เช่น รอยแตกร้าว รอยรั่วซึม ก็จะทำให้น้ำรั่วออกจากสายฝักบัวได้

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมสำหรับการเปลี่ยนฝักบัวด้วยตัวเอง

จากเหตุผลในหัวข้อที่แล้ว การที่ฝักบัวเสียจึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ตาม หากทุกคนทราบวิธีเปลี่ยนหัวฝักบัว ปัญหาดังกล่าวก็จะไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่คอยกวนใจอีกต่อไป โดยก่อนที่จะไปถึงวิธีเปลี่ยนหัวฝักบัว ก็ต้องรู้ก่อนว่าอุปกรณ์ที่ต้องเตรียมสำหรับการเปลี่ยนฝักบัวด้วยตัวเองมีอะไรบ้าง โดยสามารถแบ่งเป็นข้อ ๆ ได้ดังต่อไปนี้

    - หัวฝักบัวใหม่
    - ประแจเลื่อน
    - เทปพันเกลียว
    - ผ้าสะอาด
    - ไขควง
    - ถุงมือยาง
    - แว่นตานิรภัย



ขั้นตอนการเปลี่ยนหัวฝักบัวอาบน้ำ
    ขั้นตอนที่ 1: ปิดวาล์วน้ำที่เชื่อมต่อกับฝักบัว เพื่อให้น้ำไหลออกจากหัวฝักบัวได้หมดก่อนถอดออก
    ขั้นตอนที่ 2: ถอดหัวฝักบัวตัวเก่าออก โดยใช้ผ้าพันรอบหัวฝักบัวเพื่อป้องกันไม่ให้เกลียวเสียหายจากการหมุน จากนั้นใช้ประแจเลื่อนหมุนหัวฝักบัวทวนเข็มนาฬิกาจนหลุดออก
    ขั้นตอนที่ 3: วิธีเปลี่ยนหัวฝักบัวด้วยตัวเองขั้นตอนต่อมา คือการทำความสะอาดบริเวณท่อน้ำ โดยใช้ผ้าเช็ดให้สะอาด เพื่อขจัดเศษฝุ่นและสิ่งสกปรก
    ขั้นตอนที่ 4: พันเทปพันเกลียวบนเกลียวของหัวฝักบัวใหม่ เพื่อป้องกันน้ำรั่วซึม โดยให้พันเทปตามเข็มนาฬิกาประมาณ 6 รอบ ควรเปลี่ยนแหวนยางกันซึมชิ้นใหม่ เพื่อกันการรั่วซึมเพิ่มขึ้นอีกชั้น
    ขั้นตอนที่ 5: จากนั้นให้นำหัวฝักบัวใหม่ใส่เข้ากับท่อน้ำ แล้วใช้ประแจเลื่อนหมุนหัวฝักบัวตามเข็มนาฬิกาจนแน่น
    ขั้นตอนที่ 6: ปิดท้ายวิธีเปลี่ยนหัวฝักบัวด้วยการเปิดวาล์วน้ำเพื่อตรวจสอบการรั่วซึม หากไม่มีน้ำรั่วซึม แสดงว่าเปลี่ยนหัวฝักบัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว

2
พูดคุยเรื่องทั่วไป / How To ลดหย่อนภาษีแบบจุใจ
« เมื่อ: วันที่ 2 เมษายน 2025, 14:00:57 น. »
ประกันลดหย่อนภาษีรู้ไหมว่าเราสามารถซื้อประกันเพื่อนำไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 300,000 บาท ใครที่สงสัยว่าต้องซื้อประกันแบบไหนถึงลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 300,000 บาท ถ้าได้เข้ามาอ่านบทความนี้คลายความสงสัยกัน



วิธีลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 300,000 บาท แบบที่ 1
หลายคนคงทราบกันดีว่าคุณสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีจาก "เบี้ยประกันชีวิตทั่วไป" ได้ 100,000 บาท ในส่วนนี้สามารถรวมกับ "เบี้ยประกันสุขภาพ" ได้สูงสุดอีก 25,000 บาท และเมื่อรวมกับ "เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ" (ที่ลดหย่อนภาษีได้ 200,000 บาทหลัง) ก็จะสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 300,000 บาท
**ประกันบำนาญสามารถซื้อได้ 15% ของรายได้รวมในแต่ละปี

วิธีลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 300,000 บาท แบบที่ 2
ถ้าหากคุณมีประกันชีวิต ลดหย่อนภาษี "เบี้ยประกันชีวิต" หรือ "เบี้ยประกันชีวิต+เบี้ยประกันสุขภาพ" แล้ว แต่ยังไม่เต็มสิทธิ์ 100,000 บาท คุณสามารถนำ "เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ" ที่ลดหย่อนภาษีในส่วนของ 200,000 บาทหลัง มาเติมเต็มในส่วนแรกได้ (ก่อนซื้อประกันบำนาญควรสอบถามตัวแทนหรืออ่านรายละเอียดให้ดีก่อนทำประกัน) **ประกันบำนาญสามารถซื้อได้ 15% ของรายได้รวมในแต่ละปี

วิธีลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 300,000 บาท แบบที่ 3
ถ้าหากคุณยังไม่มี "เบี้ยประกันชีวิต" หรือ "เบี้ยประกันสุขภาพ" ใดๆเลย คุณสามารถซื้อ

"ประกันชีวิตแบบบำนาญ" เพื่อนำเบี้ยมาลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 300,000 บาท เพราะแบบประกันบำนาญบางแบบสามารถลดหย่อนภาษีได้ตั้งแต่ 100,000 บาทแรก จนถึง 200,000 บาทหลัง ทั้งนี้การใช้สิทธิ์จากเบี้ยประกันบำนาญต้องไม่เกิน 15% ของรายได้รวมในแต่ละปี


3
ไขมันหน้าท้อง ถือเป็นส่วนเกินของร่างกาย ที่ทำให้รู้สึกขาดความมั่นใจในรูปร่างและบุคลิกภาพ แต่สิ่งที่น่ากังวลมากกว่านั้นคือ ยิ่งมีไขมันหน้าท้องมากเท่าไหร่ โอกาสเกิดโรคต่าง ๆ ก็ยิ่งมีมากขึ้น หลายคนจึงพยายามหาวิธีลดไขมันหน้าท้องหรือไขมันส่วนเกิน โดยการลองผิดลองถูก ทั้งอดอาหาร ออกกำลังกายอย่างหนัก เพื่อลดสัดส่วน



ไขมันหน้าท้องสาเหตุ?

   เกิดขึ้นจากการที่ร่างกายมีการรับและสะสมสารอาหารประเภทไขมันเข้าสู่ร่างกายเป็นจำนวนมาก โดยที่ไม่สามารถเผาผลาญได้หมดในแต่ละวัน ได้แก่ อาหารประเภท คาร์โบไฮเดรต น้ำตาลที่ได้รับมากเกินก็จะเปลี่ยนรูปเป็นไขมัน ไม่ใช่เฉพาะไขมัน และเข้าไปเกาะติดอยู่ภายในอวัยวะต่างๆ รวมถึงกล้ามเนื้อหน้าท้องด้วย เมื่อนานวันมากขึ้น ไขมันชนิดนี้ก็จะมีความแข็งตัวมากยิ่งขึ้น และจะดันให้หน้าท้องของเราให้ยื่นออกมาจนเห็นได้ชัดเจน

          ส่วนสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะไขมันในช่องท้อง นอกจากการรับประทานอาหารที่มากเกินไปแล้วอีกอย่างที่สำคัญไม่แพ้กัน คือการไม่ชอบออกกำลังกายไม่ชอบเคลื่อนไหวร่างกาย และยังพบว่าบางครั้งคนที่ทานน้อยแล้วก็ยังมีโอกาสพบภาวะไขมันในช่องท้องได้

 
วิธีลดไขมันส่วนเกิน

   1. เพิ่มการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ อย่างน้อยวันละ 30 นาที 3-5วัน/สัปดาห์ เช่น การวิ่งจ็อกกิ่ง(jogging) เดินเร็วโดยให้มีเหงื่อออกหัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ หรือง่ายๆคือขณะออกกำลังกายพูดเป็นประโยคได้ยากขึ้น

   2. ออกกำลังกายแบบฝึกกล้ามเนื้อ โดยฝึกกล้ามเนื้ออย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง โดยบริหารกล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกาย ซึ่งน้ำหนักที่ใช้ควรให้สามารถยกได้ประมาณ 12-15 ครั้ง

   3.ควบคุมอาหาร เพื่อเป็นการจำกัดพลังงานไม่ให้มีการสะสมเพิ่มเติมและในผู้ที่มีไขมันส่วนเกินบริเวณหน้าท้องควรจำกัดการบริโภคไขมันและอาหารที่ให้พลังงานสูง

ในยุคและช่วงเวลาที่เร่งด่วน การดูแลอาหารการกิน การออกกำลังกายหรือแม้แต่การดูแลตัวเอง อาจเป็นสิ่งที่ไม่ตอบโจทย์คนทั่วไปในยุคนี้ เมื่อช่วงเวลาในการดูแลตัวเองมีน้อยลง การหาตัวช่วยที่ดีคือคลินิก ก็อาจจะเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์มากกว่า

โปรแกรม EXILIS ULTRA 360  ควบคู่ Emsculpt การสลายไขมัน สร้างกล้ามเนื้อ ของคนยุคใหม่
EXILIS ULTRA 360 คืออะไร?

   ด้วยเทคโนโลยียกกระชับ ที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุเข้มข้น (Volumetric Monopolar Radio Frequency) ร่วมกับ Ultrasound คลื่นเสียงอัลตร้าซาวด์ ลงใต้ชั้นผิว ไปสลายไขมันพร้อมยกกระชับ และกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน ผ่านมาตรฐาน USFDA (อย.ประเทศสหรัฐอเมริกา)  EXILIS ULTRA 360 ตอบโจทย์คนมีปัญหาไขมันส่วนเกิน คุณแม่หลังคลอด มีปัญหาต้นแขน ต้นขาหย่อนคล้อย มีเซลลูไลท์

Emsculpt คืออะไร?

   เครื่อง Emsculpt ใช้เทคโนโลยี HIFEM หรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความเข้มข้นสูง เป็นตัวช่วยในการสร้างกล้ามเนื้อ ลดไขมันของคนยุคใหม่ Emsculpt  มีลักษณะพิเศษสามารถส่งพลังงานเข้าถึงชั้นกล้ามเนื้อ ผ่านไขมันใต้ชั้นผิวหนังไปกระตุ้นกล้ามเนื้อได้อย่างกว้างและลึกพร้อมกับเผาผลาญไขมัน ลดไขมันได้ในเวลาเดียวกัน

   Emsculpt ได้รับการรับรองประสิทธิภาพและความปลอดภัยจาก โดยองค์การอาหารและยา (FDA) ทั้งจากประเทศสหรัฐอเมริกา ยุโรปและทั่วโลก

โปรแกรม EXILIS ULTRA 360  ควบคู่ Emsculptเป็นโปรแกรมพิเศษที่คุณหมอต้องแนะนำหนึ่งในตัวช่วยที่กำลังเป็นที่นิยมสร้างกล้ามเนื้อ ลดไขมันในทางกลับกันคือไม่ต้องออกกำลังกายเหมาะสำหรับวิถีชีวิตที่แสนยุ่งวุ่นวายในปัจจุบันมากอีกทั้งยังมีประโยชน์ ในคนที่มีข้อจำกัดในการออกกำลังกายหรือต้องการแก้ไขสัดส่วนเฉพาะจุด

4
ประกันสุขภาพเด็กเหมาจ่ายหลายครั้งที่เราทนเห็นเด็กเล็ก หรือลูกน้อยกินไม่ได้ เบื่อนม น้ำหนักลด นอนซมทั้งวัน ไปโรงเรียนกี่ครั้งควบคุมไม่ได้สักอย่าง ดูแลอย่างดีติดโรคจากสังคมของเด็กเล็กและสถานศึกษา อดีตที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าแม้สถานศึกษาจะดูแลอนามัยดีแค่ไหน ยังมีโรงเรียนสำหรับเด็กเล็ก และประถมศึกษา ปิดพักการเรียนเพื่อคลีนนิ่งระบบทุกตารางนิ้ว จากปัญหาเด็กเล็กติดเชื้อต่างๆ จากการอยู่ร่วมกัน อาทิ โรคมือเท้าปาก โรคไข้หวัดนานาชนิด โรคท้องร่วงโรต้า แม้ฉีดวัคซีนดีเพียงใด บทโรคจะสกิดเด็กน้อย พ่อแม่ยังไม่มีทันรู้ตัว บางครอบครัวยังติดกันไปมาพี่น้อง พ่อแม่ ปู่ย่า ให้เห็นมากมาย



ประกันสุขภาพเด็กเล็กเหมาะกับใคร : เด็กแรกเกิด เด็กต่ำกว่าวัยเรียน และเข้าสู่วัยเรียน ทั้งเพศหญิงและชาย เนื่องจากความเสี่ยงภัยเรื่องค่ารักษาพยาบาลเด็กเล็กต่อครั้งมักใช้เวลารักษาประมาณ 5-7 วัน (Ex. เจ็บป่วยนอนรพ. 5 วัน : ค่าห้องวันละ 4,000, ค่าแพทย์ทั่วไปเริ่มต้นวันละ 1,000 บาท, ค่าพยาบาลวันละ 800, ค่ารักษา ค่าโลหิต น้ำเกลือ ค่ายา ค่าวินิฉัย เอ็กซเรย์ปอดและอวัยวะ 50,000 = รวมค่าใช้จ่ายรักษาครั้งนี้ 79,000 บาท ยังไม่รวมเบ็ดเตล็ด และภาษีมูลค่าเพิ่มอื่นๆ)

หากค่ารักษาครั้งนี้ 79,000 บาท - เบี้ยประกัน 60,000 = XXXX มูลค่าที่คุณไม่ต้องชำระเพิ่มใดๆ - (1,000X5+1,000=6,000 บาท) เพราะยังได้รับค่าชดเชยเฝ้าไข้ลูกน้อยจากการต้องขาดงานของพ่อแม่อีก

ท้ายสุด : โรคในเด็กเล็กส่วนใหญ่ มักเป็นโรคที่คาดไม่ถึง อาทิ โรคไข้หวัด โรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธ์ A B C โรคไข้เลือดออก โรค RSV โรคปอด โรคเลือด โรคพร่องเอนไซม์ G6PD โรคลำไส้อักเสบ โรคระบบทางเดินอาหาร โรคระบบทางเดินหายใจ และอุบัติเหตุอื่นๆ ส่วนใหญ่รุมเร้าปอดและระบบทางเดินหายใจ และกระเพาะอาหารเสมอ เพราะเราไม่มีวันรู้ว่าอวัยวะภายในของลูกน้อยจะเติบโตแข็งแรงทนทานกับความเจ็บป่วยได้เพียงใด จึงมีหลายครอบครัวที่รักลูกน้อยสุดดวงใจ ทำประกันสุขภาพเด็กไว้ตั้งแต่แรกเกิดให้เพียงพอ การทนจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพเด็ก ในราคาประหยัด เสมือนการทนรับความเสี่ยงบางส่วนของลูกน้อยไว้เอง เพราะชีวิตจริงค่ารักษาเด็กต่อครั้งแพงกว่าเบี้ยประกันอุบัติเหตุเด็กเด็กเล็กเสมอ



5

new doublo 2.0 คืออะไร
คือการทำงานร่วมกันของ HIFU และ Multipolar RF ในเวลาเดียวกัน ซึ่งจากงานวิจัยพบว่า ช่วยกระตุ้นการสร้าง collagen และ elastin ได้ดียิ่งขึ้น และเสริมประสิทธิภาพในการรักษาริ้วรอย
ร่องลึกให้เห็นผลลัพธ์ชัดเจนมากขึ้น เหนือไปกว่าการทำ HIFU เพียงอย่างเดียว ซึ่งเห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจนและทันใจสำหรับคนที่ต้องการใช้ใบหน้าอย่างรวดเร็ว

ซึ่งการทำงานของ New Doublo 2.0 จะช่วยยกระดับการแก้ปัญหาผิวได้เป็นอย่างดี!


1. เทคโนโลยี HIFU(High Intensity Focus Ultrasound)
ที่ใช้คลื่นเสียงโฟกัสพลังงานลงไปกระตุ้นการสร้าง collagen ในชั้นต่างๆ ของผิว ปรับใช้ได้ทั้งแบบ dot line และ linear เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ที่ต้องการในเวลาอันรวดเร็ว
มีหัวยิงที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้เน้นการยกกระชับหน้า และหัวยิงสำหรับเน้นสลายไขมัน มีเซ็นเซอร์เพื่อช่วยให้ยิงพลังงานได้อย่างปลอดภัย ไม่ค่อยรู้สึกเจ็บ ไม่จำเป็นต้องทายาชา

2. เทคโนโลยีเอกสิทธิ์ของเครื่อง doublo
คือการทำงานร่วมกันของ HIFU และ Multipolar RF ในเวลาเดียวกัน ซึ่งจากงานวิจัยพบว่า ช่วยกระตุ้นการสร้าง collagen และ elastin ได้ดียิ่งขึ้น และเสริมประสิทธิภาพในการรักษาริ้วรอย
ร่องลึกให้เห็นผลลัพธ์ชัดเจนมากขึ้น เหนือไปกว่าการทำ HIFU เพียงอย่างเดียว ซึ่งเห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจนและทันใจสำหรับคนที่ต้องการใช้ใบหน้าอย่างรวดเร็ว

3. เทคโนโลยี advance doublo Needle RF
เหมาะสำหรับการรักษาพื้นผิวให้เรียบเนียน กระชับรูขุมขน รักษาหลุมสิว ปรับระดับความลึกของเข็มได้หลายระดับเพื่อให้เหมาะสมกับการแก้ปัญหาในทุกพื้นที่และครอบคลุมการรักษาอย่างดียิ่งขึ้น




6
พนักงานประจำ หรือ มนุษย์เงินเดือน  มีแค่ประกันกลุ่ม หรือ ประกันสังคมบางคนคิดว่าเพียงพอแล้ว จะทำประกันชีวิตเพิ่มทำไม สุขภาพยังแข็งแรงดีแค่ดูแลตัวเองดีๆ ก็น่าจะเพียงพอแล้ว แต่ถ้าเราลาออกหรือเกษียณอายุแล้ว สวัสดิการทั้งหมดที่มีก็จบลงไปด้วย แต่ในเมื่อชีวิตยังต้องดำเนินต่อไป และความเจ็บป่วยก็สามารถเกิดขึ้นได้เสมอ ยิ่งในอนาคตที่เราเริ่มมีอายุร่างกายก็อ่อนแอลงโรคร้ายต่างๆ ก็อาจจะเป็นได้ง่าย 
การทำประกันชีวิต หรือ ประกันสุขภาพ จึงเป็นตัวช่วยที่ดีและเราควรรีบวางแผนเอาไว้แต่เนิ่น ๆ เพื่อการรับมือกับปัญหาสุขภาพตั้งแต่วันที่ยังมีโอกาส เพราะหากเจ็บป่วยขึ้นมาเราก็ยังมีตัวช่วยในการจ่ายค่ารักษาพยาบาล



ประกันชีวิต หรือ ประกันสุขภาพ เพิ่มจากสวัสดิการที่มีอยู่
เหตุผลที่พนักงานประจำ หรือ มนุษย์เงินเดือนอย่างเราควรทำประกันชีวิต หรือ ประกันสุขภาพเพิ่มจากสวัสดิการ จะมีอะไรบ้างนั่น มาดูกันเลย
 1. ประกันชีวิต ประกันสุขภาพเป็นสวัสดิการที่เลือกเองได้
สวัสดิการค่ารักษาพยาบาลที่บริษัทให้อาจไม่เพียงพอต่อค่ารักษาพยาบาลบางอย่าง เช่น ถ้าเราเป็นโรคหัวใจ โรคไต โรคเบาหวาน ก็จะสามารถเบิกได้บางส่วน นอกนั้นเราต้องเป็นคนที่ออกส่วนเกินของค่ารักษาพยาบาลเอง ดังนั้นการซื้อประกันชีวิต เสียชีวิตทุกกรณี หรือประกันสุขภาพนั้น เราสามารถเลือกได้เลยว่า ต้องการครอบคุมโรคใดบ้าง และได้รับวงเงินค่ารักษาพยาบาลเท่าไหร่เมื่อเราเกิดอุบัติเหตุ กรณีที่เราต้องนอนรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลเป็นเวลานานประกันก็จะมีค่าชดเชยต่างๆ ให้ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะเป็นภาระทางการเงินของครอบครัว
2. เพิ่มทางเลือกในการวางแผนช่วงวัยเกษียณ
สวัสดิการของบริษัทก็จะมีแค่ประกันกลุ่ม หรือประกันสังคม ถ้าเกษียณไปแล้วสวัสดิการเหล่านี้ก็จะจบลงไปด้วยเหมือนกัน และเมื่อเราเข้าสู่วัยเกษียณแล้วแน่นอนร่างกายคงไม่แข็งแรงเหมือนเก่า เจ็บป่วยแต่ละครั้งก็มีค่าใช้จ่ายสูง การมีประกันชีวิตและสุขภาพไว้ช่วยดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ การมีประกันโรคร้าย จึงถือเป็นการวางแผนรับมือค่ารักษาพยาบาลในอนาคตไว้อีกทาง โดยเฉพาะการเจ็บป่วยเรื้อรังจากโรคร้ายแรง อย่างเช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ ที่มีค่าใช้จ่ายในโรงพยาบาลที่ค่อนข้างสูง อีกทั้งยังช่วยเพิ่มโอกาสการรักษาโดยไม่กระทบเงินออมยามเกษียณที่เราออมมาตลอดชีวิตอีกด้วย
3. เพื่อการออมเงินในรูปแบบการประกันชีวิตในระยะยาว
การออมเงินในรูปแบบการประกันชีวิตผ่านกรมธรรม์ประกันชีวิต จะช่วยให้มีการออมในรูปแบบการประกันชีวิตอย่างมีระเบียบวินัยและมีความต่อเนื่อง ได้รับความคุ้มครองชีวิตพร้อมการออมเงินในรูปแบบการประกันชีวิตไปในตัว ช่วยให้เราอุ่นใจว่าในอนาคตว่าเราจะมีเงินเเละมีความคุ้มครองชีวิตของเราอยู่ อีกทั้งยังมีความแน่นอนของจำนวนเงินที่จะได้รับ ถึงแม้ว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น เสียชีวิตผู้รับผลประโยชน์จะได้รับเงินตามจำนวนเงินเอาประกันที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ซึ่งถือเป็นทางเลือกที่ดีในเรื่องของการกระจายความเสี่ยง



4. ลดหย่อนภาษีได้
การทำประกันชีวิตและสุขภาพไม่ใช่แค่ช่วยคุ้มครองแค่เรื่องค่าใช้จ่ายยามเจ็บป่วย แต่ค่าเบี้ยประกันที่เราจ่ายไปนั้น สามารถนำมาใช้ลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย และการทำประกันนั้นสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ 2 ส่วนคือ
สิทธิลดหย่อนภาษีส่วนแรก
สำหรับเบี้ยประกันชีวิต ประกันออมทรัพย์ ที่มีความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป และประกันสุขภาพ สามารถลดหย่อนรวมกันได้สูงสุด 100,000 บาทต่อปี ซึ่งในกรณีใช้สิทธิส่วนนี้ไม่ถึง 100,000 บาท สามารถนำเบี้ยประกันแบบบำนาญมารวม เพื่อให้ครบ 100,000 บาทได้

สิทธิลดหย่อนภาษีส่วนที่สอง
สำหรับเบี้ยประกันแบบบำนาญ สามารถลดหย่อนได้ไม่เกิน 15%ของรายได้ สูงสุด 200,000 บาทต่อปี และเมื่อรวมกับกองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) กองทุนสำรองเลี้ยงชีพกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนการออมแห่งชาติ และกองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชนต้องไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี

มนุษย์เงินเดือนควรจะเริ่มต้นการวางแผนการเงินกับการรักษาพยาบาลเพราะบางทีการมีประกันกลุ่ม หรือประกันสังคมอาจไม่เพียงพอ ทางที่ดีควรทำประกันชีวิตและประกันสุขภาพควบคู่กันไปด้วย หากใครกำลังสนใจทำประกันเราขอแนะนำประกันดีๆ จาก ไทยประกันชีวิต ที่มีให้เลือกทั้งประกันชีวิตและประกันสุขภาพ ที่สำคัญสามารถทำผ่านช่องทางออนไลน์ได้แล้ว

เลือกความคุ้มครองของประกันได้ตามงบประมาณที่เราพอใจ สามารถปรับรูปแบบตามความต้องการของเราได้ และความคุ้มครองจะเริ่มต้นทันทีที่ซื้อหลังจากได้รับอีเมลยืนยันกรมธรรม์ เพียงแค่นี้ เราก็จะมีตัวช่วยในการใช้ชีวิตให้เราอุ่นใจมากยิ่งขึ้น

7
ก๊อกอ่างล้างหน้าบริเวณอ่างล้างหน้าขนาดเล็กที่ใช้งานมาเป็นระยะเวลานาน จะค่อย ๆ เสื่อมสภาพไปตามอายุการใช้งาน ซึ่งส่งผลให้เกิดปัญหาตามมาหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นก็อกน้ำรั่วซึมที่ทำให้สิ้นเปลืองน้ำโดยไม่จำเป็น และเกิดเป็นคราบสกปรก คราบตะกรัน หรือท่อน้ำภายในก๊อกเป็นสนิม รวมถึงปัญหาสิ่งสกปรกสะสมบริเวณปลายปากก๊อกน้ำที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เพราะใช้น้ำที่ปนเปื้อนสิ่งสกปรกเหล่านั้นทุก ๆ วันโดยไม่รู้ตัว และยังมีปัญหาอื่น ๆ ตามมาอีกหลากหลายรูปแบบ

ดังนั้นเมื่อใช้งานก๊อกน้ำบริเวณอ่างล้างหน้ามานานจนเกินอายุการใช้งานหรือเริ่มเสื่อมสภาพ ควรทำการเปลี่ยนก๊อกอ่างล้างมือเสียใหม่เพื่อป้องกันปัญหาต่าง ๆ ตามมา เพราะหากยังคงใช้งานต่อไป อาจทำให้เกิดอันตรายกับคุณและคนในครอบครัวได้ โดยวันนี้ TOTO มีวิธีเปลี่ยนก๊อกน้ําซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ได้กับก็อกน้ำอื่น ๆ มาฝากกัน รับรองว่าเพียงทำตาม 7 ขั้นตอนง่าย ๆ นี้ คุณก็จะได้ใช้ก๊อกน้ำใหม่ที่ทั้งสวยงามและมีประสิทธิภาพ



ประเภทของก๊อกอ่างล้างหน้า

นอกจากก๊อกน้ำแบบก้านโยกที่กล่าวถึงไปแล้ว ก๊อกอ่างล้างหน้ายังแบ่งออกเป็นประเภทอื่น ๆ ได้อีกดังนี้

    ก๊อกน้ำแบบเซ็นเซอร์: ทำงานโดยใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวของมือ ทำให้เปิด-ปิดน้ำได้โดยอัตโนมัติ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายและสุขอนามัย
    ก๊อกน้ำแบบผสม: สามารถปรับอุณหภูมิของน้ำได้ ทำให้สามารถใช้น้ำอุ่นหรือน้ำเย็นได้ตามต้องการ
    ก๊อกน้ำแบบแยก: มีก๊อกสำหรับน้ำร้อนและน้ำเย็นแยกกัน เหมาะสำหรับการใช้งานในพื้นที่ที่ต้องการควบคุมอุณหภูมิของน้ำอย่างแม่นยำ
    ก๊อกน้ำแบบฝังผนัง: ติดตั้งโดยฝังตัวลงไปในผนัง ทำให้ห้องน้ำดูเรียบง่ายและทันสมัย

วัสดุที่ใช้ผลิตก๊อกน้ำ

    สแตนเลส: มีความแข็งแรง ทนทานต่อการกัดกร่อน ไม่เป็นสนิม และทำความสะอาดง่าย
    ทองเหลือง: มีความแข็งแรง ทนทาน และให้สัมผัสที่หรูหรา
    เซรามิก: มีความสวยงาม ทนทานต่อรอยขีดข่วน และทำความสะอาดง่าย
    วัสดุผสม: เป็นการผสมผสานระหว่างวัสดุต่าง ๆ เพื่อให้ได้คุณสมบัติที่ต้องการ เช่น ความแข็งแรง ความสวยงาม และน้ำหนักเบา

วิธีเลือกซื้อก๊อกอ่างล้างหน้า
นอกจากรูปลักษณ์และฟังก์ชันแล้ว การเลือกซื้อก๊อกอ่างล้างหน้ายังควรพิจารณาถึงงบประมาณที่ตั้งไว้ด้วย ก๊อกน้ำมีราคาแตกต่างกันไปตามวัสดุที่ใช้และฟังก์ชันพิเศษ

ฟังก์ชันพิเศษของก๊อกน้ำ

    ระบบประหยัดน้ำ: ช่วยลดการใช้น้ำโดยไม่จำเป็น
    ระบบปรับอุณหภูมิ: สามารถปรับอุณหภูมิของน้ำได้ตามต้องการ
    ระบบกรองน้ำ: ช่วยกรองสิ่งสกปรกและกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกจากน้ำ

การดูแลรักษาก๊อกน้ำ

    ทำความสะอาดก๊อกน้ำเป็นประจำด้วยน้ำยาทำความสะอาดอ่อน ๆ
    หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อน
    ตรวจสอบและขันน็อตให้แน่นเป็นระยะ

8
การทำประกันสุขภาพสำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือเคยเป็นโรคร้ายแรงนั้นมีความซับซ้อน และขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย โดยทั่วไปแล้ว โรคบางประเภทอาจทำให้บริษัทประกันปฏิเสธการรับประกันโดยสิ้นเชิง หรือรับประกันแต่มีเงื่อนไขเพิ่มเติม เช่น เพิ่มเบี้ยประกัน หรือยกเว้นความคุ้มครองบางโรค ต่อไปนี้คือตัวอย่างโรคที่อาจส่งผลต่อการทำประกันสุขภาพ:

โรคร้ายแรง:

    โรคมะเร็ง: โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากยังอยู่ในระยะรักษาหรือมีประวัติการเป็นมะเร็งในระยะเวลาไม่นาน
    โรคหัวใจและหลอดเลือด: เช่น โรคหัวใจขาดเลือด, โรคหลอดเลือดสมอง, โรคความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้
    โรคไตวายเรื้อรัง: โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากอยู่ในระยะที่ต้องฟอกไต
    โรคอัลไซเมอร์: และโรคเกี่ยวกับระบบประสาทอื่นๆ
    โรคเอดส์ (HIV):

โรคเรื้อรัง:

    โรคเบาหวาน: โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี
    โรคตับแข็ง:
    โรคปอดเรื้อรัง: เช่น ถุงลมโป่งพอง, โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD)
    โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง (SLE):
    โรคทางจิตเวช: เช่น โรคจิตเภท, โรคไบโพลาร์

โรคอื่นๆ:

    โรคที่ต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง: หรือมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำสูง
    โรคทางพันธุกรรม: บางโรคอาจทำให้บริษัทประกันปฏิเสธการรับประกัน

ปัจจัยที่มีผลต่อการพิจารณา:

    ระยะเวลาที่เป็นโรค: หากเป็นโรคมานานแล้ว หรือโรคอยู่ในระยะรุนแรง อาจทำให้บริษัทประกันปฏิเสธการรับประกัน
    ระยะเวลาหลังการรักษา: หากเคยเป็นโรค แต่รักษาหายแล้ว และไม่มีอาการมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง อาจมีโอกาสทำประกันได้
    นโยบายของบริษัทประกัน: แต่ละบริษัทประกันมีนโยบายการรับประกันที่แตกต่างกัน

คำแนะนำ:

    ปรึกษาตัวแทนประกัน: ตัวแทนประกันจะสามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับแผนประกันที่เหมาะสมกับคุณได้
    เตรียมข้อมูลสุขภาพ: เตรียมข้อมูลสุขภาพของคุณให้พร้อม เพื่อให้บริษัทประกันพิจารณา



เป็นโรคร้ายแรงทำประกันชีวิตได้ไหม

การทำประกันชีวิตสำหรับผู้ที่เป็นโรคร้ายแรงนั้นมีความซับซ้อน และขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ดังนี้:

    ประเภทของโรคร้ายแรง:
        บางโรคอาจทำให้บริษัทประกันปฏิเสธการรับประกันโดยสิ้นเชิง
        บางโรคอาจทำให้บริษัทประกันรับประกัน แต่มีเงื่อนไขเพิ่มเติม เช่น เพิ่มเบี้ยประกัน หรือยกเว้นความคุ้มครองบางโรค
    ระยะเวลาที่เป็นโรค:
        หากเป็นโรคมานานแล้ว หรือโรคอยู่ในระยะรุนแรง อาจทำให้บริษัทประกันปฏิเสธการรับประกัน
        หากเคยเป็นโรค แต่รักษาหายแล้ว และไม่มีอาการมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง อาจมีโอกาสทำประกันได้
    นโยบายของบริษัทประกัน:
        แต่ละบริษัทประกันมีนโยบายการรับประกันที่แตกต่างกัน
        บางบริษัทอาจรับประกันโรคบางประเภท แต่บางบริษัทอาจไม่รับประกัน

โดยทั่วไป:

    หากคุณเป็นโรคมะเร็ง, โรคหัวใจ, โรคหลอดเลือดสมอง หรือโรคไตวายเรื้อรัง อาจเป็นเรื่องยากที่จะทำประกันชีวิต
    แต่ก็มีบริษัทประกันบางแห่งที่รับประกันผู้ที่หายจากโรคร้ายแรงแล้ว โดยมีระยะเวลารอคอย

คำแนะนำ:

    ปรึกษาตัวแทนประกัน: ตัวแทนประกันจะสามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับแผนประกันที่เหมาะสมกับคุณได้
    เตรียมข้อมูลสุขภาพ: เตรียมข้อมูลสุขภาพของคุณให้พร้อม เพื่อให้บริษัทประกันพิจารณา

ข้อมูลเพิ่มเติม:

    คุณสามารถติดต่อบริษัทประกันโดยตรง หรือเข้าไปดูรายละเอียดในเว็บไซต์ของบริษัทประกันแต่ละแห่ง



9
เมื่อประกันสุขภาพที่คุ้มครองเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล ในท้องตลาดก็มีความหลากหลาย ทั้งแบบประกันสุขภาพ แบบแยกค่ารักษา    ค่ารักษาพยาบาล และแบบประกันเหมาจ่าย ออกเป็นส่วนๆ จุดดีและข้อจำกัดของประกันสุขภาพ ทั้งสองรูปแบบทำงานต่างกัน วันนี้หากจะต้องตัดสินใจเลือก คุณเลือกจากอะไร เลือกได้บ้างหรือยัง ก่อนที่เราจะเลือกมาใช้งานจริง ลองมาดูกัน



ประกันสุขภาพ แยกค่ารักษาพยาบาล หรือวงเงินค่ารักษา 
จะถูกกำหนดโดยอัตราค่าห้อง อาหาร การพยาบาลในกรณีที่เราเป็นผู้ป่วยใน ควรเลือกให้เหมาะสม (สามารถประมาณได้จากค่าห้องโรงพยาบาลที่ตนเองใช้บริการอยู่เป็นประจำ ค้นหาจากในอินเทอร์เน็ต พิมพ์ค่าห้อง ชื่อโรงพยาบาลได้) ถัดมาคือความคุ้มครองจะแยกออกเป็นวงเงินจำกัดในแต่ละส่วน เช่น วงเงินค่ารักษาต่อครั้ง วงเงินค่าผ่าตัด วงเงินค่าตรวจเยี่ยมของแพทย์
ถ้าเลือกค่าห้องที่สูง วงเงินอื่นๆ ก็จะปรับเพิ่มขึ้นตามไปด้วย และจะมีการกำหนดวงเงินค่ารักษาต่อครั้งจำกัดไว้

จุดเด่นที่สำคัญของประกันสุขภาพแบบแยกค่าใช้จ่าย  แม้จะมีการกำหนดวงเงินค่ารักษาแต่ละครั้งสำหรับโรคใดโรคหนึ่ง แต่จะไม่มีการกำหนดวงเงินสูงสุดต่อปี
ทำให้หากปีนั้นป่วย เป็นผู้ป่วยที่ต้องนอนในโรงพยาบาลด้วยโรค A เมื่อรักษาหายแล้ว ต่อมาอีก 1 เดือน เจ็บป่วยอีกและหากต้องนอนในโรงพยาบาลด้วยโรค B จะทำให้วงเงินในการเบิกรักษาเริ่มนับใหม่ได้ ทั้งนี้ ถ้าเป็นโรคเดิมแต่มีระยะเวลาที่เข้าพักรักษาห่างกันเกิน 90 วัน ก็สามารถเริ่มนับใหม่ได้เช่นเดียวกัน

จุดเด่นถัดไปคือ สามารถเลือกความคุ้มครองตามงบประมาณที่มีจำกัดได้ โดยเลือกเปรียบเทียบค่าห้องให้เหมาะสมกับโรงพยาบาลที่ใช้บริการอยู่กับงบประมาณที่จะใช้วางแผนประกันสุขภาพ ทำให้สามารถแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายได้ ในกรณีที่ต้องเข้าพักรักษาตัว

ข้อจำกัด เมื่อมีการกำหนดวงเงินค่ารักษา ทำให้แต่ละรายการมีวงเงินคุ้มครองจำกัด ซึ่งอาจไม่ครอบคลุมค่ารักษาที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบันที่มีการเพิ่มขึ้นของค่ารักษาตามเทคโนโลยีที่พัฒนาไปรวมถึงอัตราเงินเฟ้อในปัจจุบัน ทำให้ผู้เลือกประกันสุขภาพประเภทนี้ อาจมีส่วนต่างที่เบิกไม่ได้ในบางรายการ กรณีการรักษาในครั้งนั้นมีขั้นตอนความซับซ้อน

ประกันสุขภาพ แบบเหมาจ่ายค่ารักษา    มีการกำหนดวงเงินรักษาแบบเหมารวมทุกอย่างต่อปี ให้มีวงเงินสูงสุดที่เท่าไร และบางครั้งอาจมีเงื่อนไขที่กำหนดรายละเอียดเป็นวงเงินการรักษาต่อครั้งเพิ่มเติมด้วย เช่น คุ้มครองการรักษาผู้ป่วยในเหมาจ่ายต่อปี 1 ล้านบาท แต่ให้ความคุ้มครองการรักษาต่อครั้งไม่เกิน 500,000 บาท (ให้จำนวนกี่ครั้งต่อปี) หรือไม่จำกัดจำนวนครั้งและเหมาจ่ายทั้งปีทั้งก้อนรวมตลอดทั้งปีที่ได้รับความนิยมกันในปัจจุบัน

จุดเด่นหลัก ความสบายใจเพราะมีวงเงินเหมาจ่ายค่ารักษาต่อปีให้ไม่จำกัดรายการรักษา ซึ่งเป็นวงเงินที่สามารถเลือกระดับความคุ้มครองได้สูงถึงหลักล้าน ทำให้มีโอกาสครอบคลุมค่ารักษาที่เกิดขึ้นจริง แม้ในอนาคตจะมีการปรับราคาค่าบริการสูงขึ้นโดยไม่ต้องคอยกังวลว่าค่าใช้จ่ายที่โรงพยาบาลแยกออกมาเป็นเรื่องต่างๆ จะเกินวงเงินหรือไม่

ข้อจำกัดที่สำคัญ  เบี้ยประกันค่อนข้างสูง ยิ่งเป็นแผนที่วงเงินเหมาจ่ายสูงมากๆ ค่าเบี้ยจะยิ่งสูงขึ้นตามวงเงินคุ้มครองที่เลือก และเพิ่มตามช่วงอายุของผู้เอาประกันที่มากขึ้น ประกันสุขภาพผู้สูงอายุ นอกจากนั้นประกันแบบเหมาจ่าย มีการจำกัดวงเงินเรื่องค่าห้องพักรักษาซึ่งไม่ได้รวมอยู่ในวงเงินเหมาจ่าย ทำให้ผู้ซื้อประกันสุขภาพแบบนี้อาจมีค่าใช้จ่ายส่วนเกินในเรื่องค่าห้องพักเพิ่มเติมในกรณีที่ค่าห้องสูงเกินวงเงินที่กำหนด





ขอบคุณข้อมูลสนับสนุนความรู้ครั้งนี้ โดยคุณณรงค์ศักดิ์ พิริยะพงศ์ นักวางแผนการเงิน CFP

10
หลักการในการทำงานของเครื่อง Ulthera
   ulthera SPT คือการใช้นวัตกรรม อัลเทอร่า ที่มี SPT หรือ See – Plan – Treat คือการยิงคลื่นเสียงพลังงานสูงไปใต้ชั้นผิว ให้ผิวเกิดการหดตัว และมีความยกกระชับหน้าขึ้น นอกจากนี้ ยังช่วยกระตุ้นคอลลาเจน และอีลาสตินเพื่อฟื้นฟูผิว ซึ่งมีความแม่นยำ และสามารถออกแบบให้เจาะจงกับปัญหา และสภาพผิวของแต่ละคนได้

Ulthera SPT มาจาก See Plan Treat คือเทคนิคในการยิง อัลเทอร่า โดยมีขั้นตอนการทำงาน ดังนี้

S – See

   S หรือ See คือการให้แพทย์สามารถมองเห็นกระบวนการได้ระหว่างการทำหัตถการ (Real-Time visualization) ด้วยเทคโนโลยีที่สามารถแสดงผ่านหน้าจอได้ชัดเจน ให้แพทย์มองเห็นทุกชั้นผิว และสามารถยิงคลื่น MFU-V (Microfocus Ultrasound with Visualization) เข้าไปที่ชั้นผิว SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System) ได้อย่างแม่นยำ

P – Plan

   P หรือ  Plan คือ การวางแผน เมื่อแพทย์สามารถมองเห็นปัญหาได้อย่างชัดเจนลึกถึงชั้นผิว จึงสามารถวิเคราะห์ ออกแบบ และแก้ไขปัญหาได้อย่างละเอียด

T – Treat

   T หรือ Treat คือความแม่นยำในการรักษา และการยกกระชับ เมื่อแพทย์สามารถเข้าใจถึงปัญหา ก็จะสามารถแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด โดยเฉพาะผู้เข้ารับบริการแต่ละคนที่มาด้วยปัญหาที่แตกต่างกันออกไป สามารถลดอาการเจ็บปวด หรือผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้



Ulthera SPT ดีอย่างไร?

    สามารถออกแบบการแก้ไขปัญหาที่เฉพาะเจาะจงของแต่ละบุคคลได้ เนื่องจากปัญหาผิวของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

    มีความแม่นยำ เพราะแพทย์สามารถเห็นโครงสร้างชั้นลึกถึงชั้นผิวsmas ด้วยเอกสิทธิ์เฉพาะของเครื่อง Ulthera

    ไม่ต้องผ่าตัด Ulthera SPT อาจมีข้อจำกัดอยู่บ้างในเรื่องของราคาที่สูง แต่เมื่อเทียบกับการไม่ต้องผ่าตัด และไม่ต้องพักฟื้นนาน ๆ ถือเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยลดการพักฟื้นหลังจากการผ่าตัดได้เป็นอย่างดีและหลังทำไม่มีอาการบวม

    เห็นผลลัพธ์ได้ตั้งแต่ครั้งแรก Ulthera SPT ถือเป็นนวัตกรรมยกกระชับผิวที่เห็นผลลัพธ์ได้หลังทำทันที และจะเห็นผลได้ชัดขึ้นใน 1-3 เดือน

Ulthera ราคา เท่าไหร่ ?

ulthera นอกจากขึ้นกับเครื่องแท้แล้ว ยังขึ้นกับฝีมือและเทคนิคของแพทย์เป็นสำคัญ เพราะอาศัยเทคนิคและความเชี่ยวชาญ ของแพทย์ในการสแกน และเล็งการยิงชั้น SMAS รวมถึงเข้าใจปัญหาโครงสร้างของใบหน้า จึงจะเกิดผลลัพธ์ที่ดีได้จริง และอยู่ได้นาน 1 ปี ต้องอาศัยเทคนิค และความแม่นยำสูงในการทำ

Ulthera เหมาะกับใคร ?

    ผู้ที่มีผิวหน้าหย่อนคล้อย มีริ้วรอยปานกลาง

    ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าเรียว กรอบหน้าชัดขึ้น

    ผู้ที่มีร่องแก้ม ร่องมุมปาก แก้มหย่อนคล้อย

    ผู้ที่ต้องการลดริ้วรอยเล็ก ๆ รอบดวงตา ยกคิ้ว หางตา และลดถุงใต้ตา

    ผู้ที่ต้องการกระชับเหนียง คางสองชั้น และลำคอ

    ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้แน่นกระชับ รูขุมขนเล็กลง ผิวเรียบเนียน


11
    1.คุ้มครองค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล อุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และมักมาพร้อมกับค่าใช้จ่ายในการรักษาที่ไม่คาดคิด ประกันอุบัติเหตุช่วยคุ้มครองค่าใช้จ่ายเหล่านี้ ทำให้คุณได้รับการรักษาที่เหมาะสมโดยไม่ต้องกังวลเรื่องเงิน

    2.จ่ายค่าชดเชยรายได้เมื่อไม่สามารถทำงานได้ หากอุบัติเหตุทำให้คุณไม่สามารถทำงานได้ชั่วคราวหรือถาวร ประกันอุบัติเหตุจะมอบค่าชดเชยรายได้ ช่วยให้คุณสามารถดำรงชีวิตต่อไปได้โดยไม่ลำบาก

    3.ความคุ้มครองสำหรับกรณีพิการหรือเสียชีวิต ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุรุนแรงจนถึงขั้นพิการหรือเสียชีวิต ประกันอุบัติเหตุจะมอบเงินชดเชยให้กับคุณหรือครอบครัว เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและดูแลความเป็นอยู่ของคนที่คุณรัก

    4.คุ้มครองค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูและกายภาพบำบัด หลังจากเกิดอุบัติเหตุ การฟื้นฟูสมรรถภาพหรือการทำกายภาพบำบัดอาจต้องใช้เวลาและค่าใช้จ่ายสูง ประกันอุบัติเหตุสามารถช่วยครอบคลุมค่าใช้จ่ายเหล่านี้ได้

    5.คุ้มครอง 24 ชั่วโมงทั่วโลก ประกันอุบัติเหตุมักให้ความคุ้มครองตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนในโลก ดังนั้น ไม่ว่าจะเดินทางหรือทำกิจกรรมใดๆ คุณก็จะได้รับการคุ้มครองเสมอ



    6.ไม่มีข้อจำกัดในการเข้ารักษา คุณสามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลที่คุณต้องการโดยไม่มีข้อจำกัด ทำให้คุณสามารถเลือกสถานที่รักษาที่ดีที่สุดสำหรับตัวเองได้

    7.คุ้มครองกิจกรรมเสี่ยง บางประกันอุบัติเหตุครอบคลุมกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง เช่น กีฬาผาดโผน หรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับความเร็ว ช่วยให้คุณสามารถทำกิจกรรมเหล่านี้ได้อย่างมั่นใจ

    8.การวางแผนการเงินอย่างชาญฉลาด การทำประกันอุบัติเหตุเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนการเงินที่รอบคอบ ทำให้คุณมั่นใจได้ว่าในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาดคิด คุณจะมีเงินสำรองสำหรับรับมือกับสถานการณ์นั้นๆ

    9.การปกป้องครอบครัวจากภาระทางการเงิน หากคุณเป็นเสาหลักของครอบครัว การทำประกันอุบัติเหตุช่วยปกป้องครอบครัวจากภาระทางการเงินที่อาจเกิดขึ้นหากคุณต้องเผชิญกับอุบัติเหตุร้ายแรง

    10.ความอุ่นใจในชีวิตประจำวัน ประกันอุบัติเหตุทำให้คุณสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมั่นใจและไร้กังวล เพราะคุณรู้ว่ามีการคุ้มครองสำหรับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นทุกเวลา

สรุป การทำประกันอุบัติเหตุเป็นการลงทุนที่ชาญฉลาดในการปกป้องตัวคุณและครอบครัวจากความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ทำให้คุณสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจและไร้กังวลเช็คประกันอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

12
ประเภทของโถปัสสาวะชาย

1. โถปัสสาวะชายแบบแขวนผนัง
เป็นโถปัสสาวะที่เหมาะกับห้องน้ำที่มีพื้นที่จำกัด เพราะมีขนาดกะทัดรัดและติดตั้งได้ง่าย โดยใช้ตะขอยึดผนังเพื่อแขวนติดตั้ง และแบบพุกยึดผนังกับโถปัสสาวะ

2. โถปัสสาวะชายแบบตั้งพื้น
เป็นโถปัสสาวะที่สามารถติดตั้งโดยใช้วิธียึดตัวโถเข้ากับพื้นส่วนใหญ่ นิยมใช้โถปัสสาวะที่มีท่อน้ำทิ้งแบบเข้าผนัง เพราะติดตั้งได้ง่ายและสะดวก

จุดเด่นของโถปัสสาวะชาย

ช่วยแบ่งพื้นที่ให้เป็นสัดส่วน
โถปัสสาวะชายช่วยให้พื้นที่ห้องน้ำแบ่งเป็นสัดส่วนได้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการตกแต่งแบบแยกส่วนเปียก และส่วนแห้ง

ทำความสะอาดง่าย
โถปัสสาวะชาย ช่วยให้การทำความสะอาดง่ายขึ้นเพราะไม่ต้องกังวลเรื่องคราบที่อาจเกิดขึ้นบนโถสุขภัณฑ์หรือน้ำกระเซ็นเปื้อนพื้น นอกจากนี้ตัวโถปัสสาวะยังมีการเคลือบสาร CEFIONTECT ซึ่งทำให้สุขภัณฑ์เรียบลื่นขจัดสิ่งสกปรกได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น เมื่อรวมกับฟลัชวาล์วระบบเซ็นเซอร์ในตัวที่มาพร้อมระบบชำระล้างอัตโนมัติ ช่วยให้คุณไม่ต้องสัมผัสปุ่มกดหรือก้านกดชำระหลังจากใช้งาน ช่วยลดโอกาสเสี่ยงในการสัมผัสเชื้อโรค รวมถึงหมดกังวลกับปัญหาเรื่องการลืมกดชำระไปได้เลย

ประหยัดน้ำ
โถปัสสาวะชายนั้นใช้น้ำน้อยกว่าการชำระล้างของโถสุขภัณฑ์ทั่วไปได้เพิ่มเทคโนโลยี EWATER+ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทำให้น้ำผ่านกระบวนการอิเล็กโตรไลซ์ มีคุณสมบัติช่วยลดการเกิดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งทำให้ชำระล้างโถปัสสาวะได้สะอาดหมดจด



5 เทคนิคในการเลือกซื้อโถปัสสาวะชาย

1. พื้นที่สำหรับติดตั้งโถปัสสาวะชาย
ควรเลือกโถปัสสาวะชายให้เหมาะกับขนาดห้องน้ำ โดยโถปัสสาวะแบบตั้งพื้นเหมาะสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป และได้ทุกวัย ตัวโถจึงมักมีขนาดใหญ่กว่าแบบแขวนผนังที่เหมาะสำหรับห้องน้ำที่มีพื้นที่จำกัด แต่อย่างไรก็ตามในปัจจุบันโถปัสสาวะชายแบบตั้งพื้นก็ได้รับการพัฒนาและออกแบบให้มีขนาดเล็กลง เหมาะสำหรับติดตั้งในบ้านมากยิ่งขึ้น

2. ระบบชำระล้าง
ควรเลือกใช้โถปัสสาวะชายที่มีระบบชำระล้างหมดจดโดยไม่ทิ้งกลิ่นไม่พึงประสงค์ และควรเลือกแบบที่ใช้น้ำน้อยกว่าโถสุขภัณฑ์ทั่วไป ที่จะช่วยประหยัดน้ำ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

3. ดีไซน์ของโถปัสสาวะชาย
สำหรับผู้ที่ใส่ใจทั้งดีไซน์และการใช้งาน ควรเลือกโถปัสสาวะชายที่ออกแบบอย่างทันสมัย เหมาะสำหรับการตกแต่งหลากหลายสไตล์ตามความชอบของผู้ใช้งาน ซึ่งจะช่วยสร้างความผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี

4. ฟังก์ชั่นเสริม
นอกจากระบบชำระล้างและระบบประหยัดน้ำแล้ว การเลือกโถปัสสาวะชายก็ควรดูที่ฟังก์ชั่นอื่น ๆ ด้วย เช่น ระบบเซ็นเซอร์ที่ช่วยชำระล้างอัตโนมัติ ระบบประหยัดไฟ ไปจนถึงระบบที่ช่วยสร้างน้ำบริสุทธิ์ภายในตัวโถ ช่วยให้โถปัสสาวะสะอาดมากยิ่งขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งสารเคมี

5. การทำความสะอาด
สุดท้าย คือ การทำความสะอาด ควรเลือกใช้โถปัสสาวะชายที่สามารถทำความสะอาดได้ง่าย มีพื้นผิวเรียบลื่นเป็นพิเศษ ช่วยให้คราบสกปรกและเชื้อโรคที่มองไม่เห็นเกาะติดได้ยาก อีกทั้งยังลดปริมาณการใช้สารเคมีสำหรับทำความสะอาดได้อีกด้วย

วิธีการทำความสะอาดและดูแลโถปัสสาวะชาย
1. ฉีดน้ำยาทำความสะอาดให้ทั่ว
เริ่มต้นด้วยการฉีดน้ำยาทำความสะอาดให้ทั่วโถปัสสาวะชาย โดยเลือกใช้น้ำยาทำความสะอาดที่ไม่มีฤทธิ์เป็นกรด เพราะน้ำยาที่มีฤทธิ์เป็นกรดอาจกัดกร่อน และทำลายพื้นผิวให้เป็นรอยได้

2. ปล่อยให้น้ำยาไหลลงทั่วโถปัสสาวะ
ยังไม่ต้องใช้ฟองน้ำทำความสะอาดทันที ควรปล่อยให้น้ำยาทำความสะอาดบางส่วนไหลทั่วโถปัสสาวะ และปล่อยให้น้ำยาไหลลงท่อระบายน้ำเล็กน้อย

3. ใช้ฟองน้ำทำความสะอาด
ใช้ฟองน้ำหรือผ้าไมโครไฟเบอร์ขัดน้ำยาทำความสะอาดให้ทั่ว ควรหลีกเลี่ยงการใช้ผ้าหยาบหรือสกปรก เพราะจะทำให้เกิดร่องรอยบนพื้นผิวโถปัสสาวะชายได้

4. ใช้แปรงขนนุ่มขัดบริเวณที่มีคราบสกปรก
นอกจากการใช้ฟองน้ำแล้ว ควรใช้แปรงที่มีขนนุ่ม เช่น แปรงสีฟัน สำหรับขัดซอกมุมที่เข้าไม่ถึง หรือบริเวณที่มีคราบสกปรกเกาะติด

5. ตรวจสอบระบบระบายน้ำ
นอกจากความสะอาดของโถปัสสาวะชายแล้ว ควรตรวจสอบระบบระบายน้ำให้ดีว่าทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพหรือไม่ เพราะหากระบบระบายน้ำมีปัญหาก็อาจทำให้โถปัสสาวะชำระล้างไม่หมดจด ทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ รวมไปถึงอาจทำให้เชื้อโรคและแบคทีเรียที่มองไม่เห็นสะสมตัวอยู่ได้

โถปัสสาวะชายอาจเป็นสุขภัณฑ์ห้องน้ำที่หลายคนอาจมองข้าม แต่จริง ๆ แล้วมีความสำคัญกว่าที่คิด เพราะนอกจากจะช่วยสร้างสุขอนามัยที่ดีภายในบ้าน และยังช่วยประหยัดน้ำ ยิ่งไปกว่านั้นหากเป็นสุขภัณฑ์ที่มีเทคโนโลยีเพื่อความสะอาดเข้ามาเป็นตัวช่วยในการดูแลรักษาแล้ว ก็จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้ใช้งานได้ไม่น้อย



13
ความเสี่ยง
        ประกันแบบออมทรัพย์: ความเสี่ยงต่ำ เงินต้นได้รับการคุ้มครอง และมีการจ่ายเงินคืนแน่นอนเมื่อครบกำหนดสัญญา
        การลงทุน: มีความเสี่ยงสูงกว่า ผลตอบแทนอาจผันผวนตามสภาพตลาด การลงทุนมีโอกาสสูญเสียเงินต้น

    ความคุ้มครอง
        ประกันแบบออมทรัพย์: นอกจากผลตอบแทน ยังให้ความคุ้มครองชีวิต หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน ครอบครัวจะได้รับเงินประกัน
        การลงทุน: ไม่มีความคุ้มครองชีวิตหรือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ต้องพึ่งพาการลงทุนเพื่อสร้างมูลค่าเท่านั้น

    ความมั่นคงทางการเงิน
        ประกันแบบออมทรัพย์: เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความมั่นคงและไม่ต้องการรับความเสี่ยงในการลงทุน
        การลงทุน: เหมาะสำหรับผู้ที่ยอมรับความเสี่ยงและต้องการโอกาสในการสร้างผลตอบแทนสูงกว่า

    การวางแผนระยะยาว
        ประกันแบบออมทรัพย์: มีระยะเวลาคงที่และการจ่ายเงินคืนตามกำหนด ช่วยให้วางแผนการเงินระยะยาวได้ง่ายสะสมทรัพย์
        การลงทุน: ผลตอบแทนอาจผันผวนและไม่สามารถคาดการณ์ได้แน่นอน ทำให้การวางแผนระยะยาวอาจซับซ้อนกว่า

    ผลตอบแทน
        ประกันแบบออมทรัพย์: ผลตอบแทนอาจต่ำกว่าเมื่อเทียบกับการลงทุน แต่มั่นคงและรับประกัน
        การลงทุน: มีโอกาสสร้างผลตอบแทนสูง แต่ต้องแลกกับความเสี่ยงที่สูงขึ้น



    สภาพคล่อง
        ประกันแบบออมทรัพย์: การถอนเงินก่อนครบกำหนดอาจมีค่าธรรมเนียมหรือผลตอบแทนลดลง
        การลงทุน: สภาพคล่องขึ้นอยู่กับประเภทของสินทรัพย์ เช่น หุ้นมีสภาพคล่องสูงกว่าอสังหาริมทรัพย์

    การบริหารจัดการ
        ประกันแบบออมทรัพย์: ไม่ต้องใช้เวลาหรือความรู้ในการบริหารจัดการ บริษัทประกันจะดูแลทั้งหมด
        การลงทุน: ต้องใช้เวลาและความรู้ในการติดตามและบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนเอง

    ประโยชน์ทางภาษี
        ประกันแบบออมทรัพย์: เบี้ยประกันบางส่วนสามารถนำไปเป็นประกันลดหย่อนภาษีได้
        การลงทุน: อาจมีประโยชน์ทางภาษีในบางกรณี เช่น การลงทุนใน RMF หรือ SSF แต่ต้องมีเงื่อนไขที่ซับซ้อนกว่า

    การถ่ายทอดมรดก
        ประกันแบบออมทรัพย์: สามารถกำหนดผู้รับผลประโยชน์ได้ชัดเจน และกระบวนการส่งต่อเป็นมรดกทำได้ง่าย
        การลงทุน: การถ่ายทอดมรดกจากการลงทุนอาจซับซ้อน ขึ้นอยู่กับประเภทของสินทรัพย์ที่ถือครอง

    ความยืดหยุ่น
        ประกันแบบออมทรัพย์: มีความยืดหยุ่นน้อยกว่า เพราะต้องทำตามสัญญาที่กำหนดไว้
        การลงทุน: มีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับพอร์ตหรือเปลี่ยนแปลงการลงทุนตามสถานการณ์ได้ตลอดเวลา

การเลือกประกันแบบออมทรัพย์หรือการลงทุนขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ทางการเงิน ความสามารถในการรับความเสี่ยง และความต้องการของแต่ละบุคคล การผสมผสานทั้งสองรูปแบบอาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว

14
เทคโนโลยียกกระชับใบหน้าในปัจจุบันมีอยู่หลายเครื่อง แต่มันจะดีกว่าหรือไม่ถ้าคุณตัดสินใจรับบริการด้วยเครื่องที่ดีที่สุดสำหรับคุณ และหนึ่งในนวัตกรรมเปลี่ยนแปลงความหย่อนคล้อยและริ้วรอยที่เห็นผลคือ เครื่องอัลเทอร่า (Ulthera)

อย่างไรก็ตาม ด้วยชื่อเสียงและประสิทธิภาพของเครื่อง Ulthera จึงทำให้หลายคลินิกมีการคิดราคาค่าทำ Ulthera ค่อนข้างแพง และอาจไม่คุ้มค่าต่อปัญหาผิวที่แตกต่างกันของแต่ละคน รวมถึงการนำเข้าเครื่อง Ulthera ปลอม ที่อาศัยชื่อเสียงของเทคโนโลยีแบรนด์นี้ในการเอาเปรียบผู้บริโภค แต่กลับไม่เห็นผลลัพธ์การรักษาอย่างที่คาดหวัง และยังเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายได้อีก

การเตรียมตัวก่อนทำ Ulthera
ถึงแม้จะเป็นการทำหัตถการที่เรียบง่ายและไม่ซับซ้อน แต่ผู้เข้ารับบริการก็จำเป็นต้องเตรียมสุขภาพให้พร้อมก่อนวันรับบริการรักษาผิวด้วยเครื่อง Ulthera ซึ่งโดยหลักๆ ได้แก่

    เข้าพบแพทย์เพื่อให้แพทย์วิเคราะห์ปัญหาผิวหน้าและตำแหน่งที่ต้องการรักษา เพื่อกำหนดจำนวนช็อตส์ในการปล่อยพลังงาน
    พักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง
    งดสูบบุหรี่ งดบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กิจกรรมที่อาจส่งผลต่อการไหลเวียนของเลือด เช่น ทำสปา อบไอน้ำ ซาวน่า แช่น้ำร้อน ประมาณ 24 ชั่วโมงก่อนรับบริการ
    แจ้งแพทย์เกี่ยวกับโรคประจำตัวและยาประจำตัวที่ใช้อยู่ในปัจจุบันก่อนรับบริการ
    ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการงดยา งดอาหารเสริม สมุนไพรบางประเภท เช่น ยากลุ่มแอสไพริน (Aspirin) ยากลุ่มไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ยาที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด วิตามินอี น้ำมันตับปลา กระเทียม แปะก๊วย
    งดยาทารวมถึงผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว เช่น Tretinoin (Retin-A) สารเรตินอล (Retinols) สารเรตินอยด์ (Retinoid) กรดไกลโคลิก (Glycolic Acid) ครีมกลุ่ม Anti-Aging หรือหากไม่แน่ใจผลิตภัณฑ์ตัวใด ให้ปรึกษาแพทย์ล่วงหน้าก่อน
    งดแต่งหน้า หรือทาเครื่องสำอางใดๆ ในวันมารับบริการ เพราะเจ้าหน้าที่จะต้องมีการทำความสะอาดผิวก่อนให้บริการ
    หากกำลังเป็นโรคหรือภาวะทางผิวหนัง เช่น โรคผิวหนังอักเสบ โรคเริม สิวอักเสบ ควรปรึกษาแพทย์หรือรักษาให้หายเสียก่อนมารับบริการ



การดูแลตนเองหลังทำ Ulthera
เพื่อลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงหลังรักษา รวมถึงเพื่อให้ผลลัพธ์หลังรับบริการเห็นผลได้อย่างเต็มที่ ผู้เข้ารับบริการควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังต่อไปนี้

    หลังจากรับบริการเสร็จแล้วอาจเกิดปัญหาผิวแดงหรือผิวบวมเล็กน้อย แต่อาการจะดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์
    ผู้เข้ารับบริการอาจรู้สึกผิวแห้งขึ้นเล็กน้อยในช่วง 1-3 วันแรก ให้ทาครีมหรือมอยเจอร์ไรเซอร์เพิ่มเติมและหลีกเลี่ยงการล้างหน้า การอาบน้ำด้วยน้ำอุ่นจัดหรือน้ำร้อน
    งดอยู่ในสถานที่ร้อนจัดหรืออุณหภูมิสูง เช่น สปา ซาวน่า อบไอน้ำ รวมถึงที่โล่งแจ้งที่มีแดดจัดประมาณ 1 สัปดาห์
    หากจำเป็นจะต้องออกไปในที่แดดจัด ให้ทาครีมกันแดด SPF 50+ ขึ้นไป
    งดการถู นวด หรือสัมผัสผิวตำแหน่งที่รักษาแรงๆ
    หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่หรือบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระยะยาว เพื่อป้องกันไม่ให้คอลลาเจนผิวถูกทำลายเพิ่มอีก

ทั้งนี้ หลังทำอัลเทอร่า สามารถใช้ชีวิตประจำวันทั่วไปได้ทันที ไม่ต้องมีการพักฟื้นใดๆ สามารถแต่งหน้าทาครีมได้ตามปกติ


15
พูดคุยเรื่องทั่วไป / ทำประกันแบบไหน ช่วยลดหย่อนภาษีได้
« เมื่อ: วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2025, 16:19:12 น. »
ทำประกันทั้งทีถ้าสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ด้วย ก็เหมือนยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว เพราะได้ทั้งความคุ้มครอง และยังช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายได้ไม่น้อย โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่หลายๆ คนคงกำลังจัดระเบียบการใช้จ่ายของตัวเองและเตรียมเอกสารต่างๆ สำหรับเทศกาลลดหย่อนภาษีปลายปีที่ใกล้เข้ามา แต่หากคุณยังไม่แน่ใจว่าจะต้องซื้อประกันประเภทไหนที่สามารถลดหย่อนภาษีได้ มีเงื่อนไขเพิ่มเติมอะไรอีกหรือไม่ และจะสามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุดเท่าไหร่ วันนี้เราได้รวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาไว้ให้แล้ว

ประเภทของประกันที่ลดหย่อนภาษีได้
1. ประกันชีวิต
ประกันชีวิตทั่วไป ลดหย่อนภาษีได้
ประกันที่เน้นให้ความคุ้มครองแก่ผู้ทำประกัน ในกรณีที่เสียชีวิตจากเหตุไม่คาดคิดก็จะได้รับเงินชดเชยตามวงเงินคุ้มครอง มีหลายรูปแบบ เช่น ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ, ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา, ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ และ ประกันชีวิตควบการลงทุน
โดยสามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาทตามจำนวนที่จ่ายจริง หรือหากจะนับรวมเงินฝากแบบมีประกันด้วยก็ต้องไม่เกิน 100,000 บาท และใครที่มีคู่สมรสที่ไม่มีรายได้ ซึ่งไม่ได้เพิ่งสมรสภายในปีนี้ ก็สามารถนำเบี้ยประกันมาลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท เช่นเดียวกัน
เงื่อนไขการนำประกันชีวิตทั่วไปมาลดหย่อนภาษี
-         ต้องเป็นกรมธรรม์ที่มีระยะคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป
-         จัดทำกับบริษัทประกันในประเทศไทย
-         หากมีการจ่ายเงินปันผลหรือเงินชดเชย จะต้องไม่เกิน 20% ของเบี้ยประกันชีวิตรายปี
-         ต้องแจ้งต่อบริษัทว่าต้องการนำไปลดหย่อนภาษี

ประกันชีวิตแบบบำนาญ ลดหย่อนภาษีได้
ประกันที่ให้ความคุ้มครองรายได้หลังเกษียณ จะเน้นที่ผลตอบแทนเป็นหลัก เพื่อเป็นหลักประกันรายได้ในยามที่คุณเลิกประกอบอาชีพแล้วนั่นเอง
โดยประกันในรูปแบบนี้จะสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 15% ของรายได้ (เงินได้ที่ต้องเสียภาษี) สูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท หรืออาจลดหย่อนได้สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท เมื่อยังไม่ได้ใช้สิทธิลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตทั่วไป และเมื่อรวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, RMF, กองทุนสงเคราะห์ครูเอกชน, กบข. และ กองทุนการออมแห่งชาติ จะต้องไม่เกิน 500,000 บาท
นั่นหมายความว่าหากคุณยังใช้สิทธิลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตทั่วไป ไม่ถึงเพดานสูงสุด 100,000 บาท คุณสามารถนำเบี้ยประกันบำนาญบางส่วนไปหักลบจนครบ 100,000 บาท ก่อนจะนำมาคำนวณหักลบกับ 15% ของรายได้ เป็นส่วนที่สอง
เงื่อนไขการลดหย่อนภาษีของประกันชีวิตแบบบำนาญคือ
-         ต้องเป็นกรมธรรม์ที่มีระยะคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป
-         จัดทำกับบริษัทประกันในประเทศไทย
-         จ่ายผลประโยชน์เป็นงวดจำนวนเงินเท่ากัน หรือในสัดส่วนที่มากขึ้น เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ
-         ต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันครบถ้วนก่อนที่จะได้รับผลประโยชน์
-         กำหนดช่วงอายุการจ่ายผลประโยชน์ตั้งแต่ 55 - 85 ปี
-         ต้องแจ้งต่อบริษัทว่าต้องการนำไปลดหย่อนภาษี



2. ประกันสุขภาพ
ประกันสุขภาพตนเอง ลดหย่อนภาษีได้
รูปแบบประกันที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ คือประกันที่คุ้มครองอาการบาดเจ็บหรืออุบัติเหตุ มีการชดเชยการทุพพลภาพและการสูญเสียอวัยวะเนื่องจากการเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บ, ประกันอุบัติเหตุเฉพาะ ให้ความคุ้มครองเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล การทุพพลภาพ การสูญเสียอวัยวะและการแตกหักของกระดูก, ประกันโรคร้าย และ ประกันการดูแลระยะยาว
โดยสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 25,000 บาท เมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตทั่วไป และเงินฝากแบบมีประกันชีวิตต้องไม่เกิน 100,000 บาท
เงื่อนไขการลดหย่อนภาษีของประกันสุขภาพตนเองคือ
-         จัดทำกับบริษัทประกันในประเทศไทย
-         ต้องแจ้งต่อบริษัทว่าต้องการนำไปลดหย่อนภาษี
ประกันสุขภาพของพ่อแม่ ลดหย่อนภาษีได้
ในกรณีที่คุณจ่ายเบี้ยประกันให้กับพ่อแม่ สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท ในกรณีที่คู่สมรสไม่มีเงินได้ สามารถนำเบี้ยประกันสุขภาพของพ่อแม่ของคู่สมรสมาลดหย่อนในจำนวนสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท ได้เช่นกัน หรือหากมีการร่วมกันจ่ายกับพี่น้อง ก็สามารถนำมาหารเฉลี่ยตามจำนวนพี่น้องได้เช่นกัน
เงื่อนไขการลดหย่อนภาษีของประกันสุขภาพของพ่อแม่คือ
-         ต้องมีความสัมพันธ์เป็นลูกแท้ๆ ที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น
-         ในกรณีลูกบุญธรรมจะไม่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้
-         พ่อแม่มีรายได้ต่อปีภาษีไม่เกิน 30,000 บาท
-         ตัวผู้ลดหย่อนหรือพ่อแม่ต้องอยู่ในประเทศไทยครบ 180 วันภายในปีภาษี
การมีประกันชีวิตที่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้จะช่วยให้คุณสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายลงได้ไม่น้อยเลย โดยเฉพาะกับมนุษย์เงินเดือนและผู้ที่มีรายได้ประจำ ก็ควรมองหาตัวเลือกที่สามารถทำให้คุณมีทั้งความคุ้มครองด้านสุขภาพ และสิทธิในการลดหย่อนภาษี


หน้า: [1] 2 3 ... 5