ผู้เขียน หัวข้อ: การลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนจากการใส่สายยางให้อาหารสายยาง  (อ่าน 216 ครั้ง)

siritidaphon

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 688
  • ขาย เช่า บริการ ลด แลก แจก แถม แห่งใหม่ ลงประกาศได้ไม่จำกัด เว็บลงโฆษณาฟรี ประกาศขายสินค้าออนไลน์ ซื้อขายแลกเปลี่ยน สินค้าใหม่หรือมือสอง ประกาศขายบ้าน ขายรถ.ลงประกาศฟรีออนไลน์ โพสฟรี
    • ดูรายละเอียด
การลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนจากการใส่สายยางให้อาหารสายยาง

การลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนจากการให้อาหารทางสายยาง ต้องอาศัยความละเอียดรอบคอบในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเตรียมอาหาร การจัดท่าทาง ไปจนถึงการดูแลรักษาความสะอาดของอุปกรณ์ครับ

แนวทางปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยสูงสุด แบ่งตามกลุ่มความเสี่ยงหลักครับ

1. ลดความเสี่ยง "ปอดอักเสบจากการสำลัก" (อันตรายที่สุด)

การสำลักเกิดจากอาหารขย้อนกลับจากกระเพาะขึ้นมาเข้าสู่หลอดลม

จัดท่าทางให้ถูกต้อง: ต้องหนุนศีรษะและลำตัวส่วนบนให้สูงอย่างน้อย 30-45 องศา (กึ่งนั่งกึ่งนอน) เสมอขณะฟีด

คงท่าเดิมหลังมื้ออาหาร: หลังให้อาหารเสร็จ ห้ามให้นอนราบทันที ต้องคงท่าเดิมไว้อย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพื่อให้อาหารเคลื่อนตัวลงสู่ลำไส้เล็ก

ตรวจสอบตำแหน่งสาย: ทุกครั้งก่อนเริ่มฟีด ต้องดูขีดเครื่องหมายบนสายยางว่าอยู่ที่เดิมหรือไม่ หากสายเลื่อนออกมาผิดปกติ ห้ามดันกลับเองเพราะปลายสายอาจไปค้างที่หลอดลม


2. ลดความเสี่ยง "ท้องอืดและอาเจียน"

เกิดจากการที่กระเพาะอาหารรับภาระหนักเกินไปหรือย่อยไม่ทัน

เช็กอาหารค้าง (Residual check): ใช้ไซริงค์ดูดเช็กอาหารเก่าก่อนมื้อใหม่ หากดูดได้เกิน 100 มล. ให้เลื่อนมื้ออาหารออกไป 1 ชั่วโมง

ควบคุมความเร็ว: อย่าเร่งฟีดอาหารให้เสร็จเร็วเกินไป ควรใช้เวลาประมาณ 15-20 นาทีต่อมื้อ (ความเร็วประมาณ 1-2 มล. ต่อวินาที)

ไล่ลมออกจากสาย: ก่อนต่อไซริงค์กับสายยาง ต้องไล่อากาศออกจากกระบอกและสายต่อให้หมด เพื่อไม่ให้ลมเข้าไปสะสมในท้องผู้ป่วย


3. ลดความเสี่ยง "สายยางอุดตัน" (Tube Clogging)

ล้างสาย (Flush) ทุกครั้ง: ต้องใช้น้ำต้มสุก 30-50 มล. ฉีดล้างสายทั้ง ก่อนและหลัง การให้อาหารหรือยา

เทคนิคการให้ยา: บดยาให้ละเอียดที่สุดและละลายน้ำให้เข้ากันดี หากมียาหลายชนิด ควรให้แยกกันและล้างสายด้วยน้ำเปล่าเล็กน้อยระหว่างยาแต่ละตัว

กรองอาหาร: หากทำอาหารปั่นเอง ต้องกรองผ่านตะแกรงตาถี่อย่างน้อย 2 รอบ เพื่อดึงเศษใยผักหรือเนื้อสัตว์ที่อาจไปอุดตันปลายสายออก


4. ลดความเสี่ยง "การติดเชื้อ" (Infection Control)

สุขอนามัยของผู้ดูแล: ล้างมือด้วยสบู่ทุกครั้งก่อนเตรียมอาหารและสัมผัสสายยาง

ความสะอาดอุปกรณ์: ล้างไซริงค์และภาชนะบรรจุอาหารด้วยน้ำยาล้างจานให้สะอาด และ ลวกน้ำร้อนฆ่าเชื้อ ทุกวัน

การเก็บรักษาอาหาร: อาหารปั่นที่ทำเสร็จแล้วต้องแช่ตู้เย็นทันที และใช้ให้หมดภายใน 24 ชั่วโมง ห้ามวางทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องเกิน 2 ชั่วโมง


5. การดูแลผิวหนัง (Skin Care)

สายจมูก (NG Tube): เปลี่ยนตำแหน่งการติดพลาสเตอร์ที่จมูกทุก 1-2 วัน เพื่อป้องกันแผลกดทับ และเช็ดทำความสะอาดปีกจมูกด้วยน้ำเกลือ

สายหน้าท้อง (PEG): เช็ดรอบรูเจาะด้วยน้ำเกลือสะอาด (NSS) และซับให้แห้งสนิท สังเกตอาการบวม แดง หรือมีหนอง หากมีน้ำย่อยรั่วออกมาให้รีบทำความสะอาดเพื่อไม่ให้กัดผิวหนัง